เว็บในเครือ
เราพบบัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ "ศุภัสนันท์ สีแดง" โพสต์คลิประบุข้อความ "ชเวดากอง" ซึ่งคลิปดังกล่าวมีผู้สนใจชมไปถึง 10 ล้านครั้ง รวมถึงกดถูกใจไปกว่า 89,000 ครั้ง และแชร์คลิปดังกล่าวไปแล้วถึงกว่า 4,800 ครั้ง
อย่างไรก็ตามเมื่อเรานำภาพไปทำการค้นหาภาพย้อนหลังโดยใช้คีย์เฟรมในวิดีโอ พบว่าคลิปดังกล่าวมีลักษณะที่ตรงกับเจดีย์ปรียาติ ของโรงเรียนสอนศาสนาเซติจี ในเมืองพินดายา รัฐฉาน ประเทศเมียนมา (ลิงก์บันทึก)
นอกจากนี้เรายังสอบถามไปยัง รศ.ดร.โรจน์ คุณเอนก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งระบุว่า เมื่อดูจากคลิปพบว่าเจดีย์ที่ถล่มลงมานั้นไม่ใช่เจดีย์ชเวดากองอย่างแน่นอน ซึ่งสาเหตุที่บ่งบอกและมองเห็นได้ชัดเจน ได้แก่ (ลิงก์บันทึก)
1. ขนาดเล็กกว่าชเวดากองมาก
2. บัวคอเสื้อประดับลายใบโพธิ์ ไม่เป็นสีทองทั้งหมด ซึ่งชเวดากองจะทองทั้งหมด
3. ทรงของปล้องไฉน และองค์ระฆังไม่เหมือนกับเจดีย์ชเวดากอง
4. สภาพแวดล้อมไม่ใช่ เพราะรั้วที่ปรากฏ รวมทั้งสิ่งก่อสร้างรอบ ๆ ไม่ตรงกัน
ส่วนสถานที่ตั้งของเจดีย์ชเวดากอง ก็อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุแผ่นดินไหว คือตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งมีระยะห่างกันถึงกว่า 600 กิโลเมตรอีกด้วย
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณเจดีย์ชเวดากอง พบว่า เคยเกิดเหตุแผ่นดินไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่อยมา ทำให้เจดีย์ได้รับความเสียหาย และเมื่อปี ค.ศ. 1768 ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก ทำให้ยอดของเจดีย์หักถล่มลงมา แต่ได้มีการบูรณะให้สูงขึ้นถึง 99 เมตร (325 ฟุต) (ลิงก์บันทึก)
ขณะที่ฉัตรองค์ใหม่สำหรับประดับยอดเจดีย์ได้รับการถวายจากพระเจ้ามินดง เมื่อปี ค.ศ. 1871 หลังการผนวกดินแดนพม่าตอนล่างโดยอังกฤษ แผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงปานกลางในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1970 ทำให้เพลาฉัตรบนยอดองค์เจดีย์ได้รับความเสียหาย มีการสร้างโครงและซ่อมแซมครั้งใหญ่
หลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป เราพบว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ที่เข้าชมส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นเจดีย์ชเวดากองถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาจริง ๆ ซึ่งถือเป็นการสร้างความเข้าใจที่ผิด
เราสามารถตรวจสอบภาพต่าง ๆ ด้วยตัวเองเบื้องต้นได้ดังนี้
คู่มือฉบับย่อ "ตรวจสอบข่าวปลอมเบื้องต้น" : https://www.thaipbs.or.th/now/content/2010
รู้จัก "Metadata" เครื่องมือ Fact check ตรวจสอบภาพจริง-ปลอม : https://www.thaipbs.or.th/now/content/2277
Thai PBS Verify ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย และขอให้ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันภัยจากข่าวลวงที่แฝงมาในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้