ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ยูเครนเสี่ยงรัฐประหาร 3 ปีสงคราม กับผลประโยชน์ชาติมหาอำนาจ


รอบโลก

27 ก.พ. 68

มินนี่ นัฐชา กิจโมกข์

Logo Thai PBS
แชร์

ยูเครนเสี่ยงรัฐประหาร 3 ปีสงคราม กับผลประโยชน์ชาติมหาอำนาจ

https://www.thaipbs.or.th/now/content/2383

ยูเครนเสี่ยงรัฐประหาร 3 ปีสงคราม กับผลประโยชน์ชาติมหาอำนาจ
บริการเสริมจาก Thai PBS AI

 

เสียงไซเรนแจ้งเตือนดังไม่เว้นวัน ซากอาคารที่ถูกทำลายและขีปนาวุธที่ยังคงพุ่งเป้าเข้าสู่ใจกลางเมือง

นี่คือภาพสะท้อนของสงครามที่ยืดเยื้อกว่า 3 ปี กลายเป็นบาดแผลที่หยั่งรากลึก วันนี้ยูเครนถูกเปรียบเสมือน “ผู้ป่วยอาการสาหัส” ที่ยังไร้ทางรักษา

ยูเครนในภาวะวิกฤติหนักสุดในรอบ 3 ปี

“วันนี้ยูเครนอยู่ในสภาพที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่สงครามเริ่มต้น”

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ปัจจุบัน
 

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แต่สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายต้องจับตามองคือท่าทีของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เลือกลดบทบาทสนับสนุนยูเครนลงอย่างชัดเจน ทรัมป์ยืนยันว่าเขาจะไม่ช่วยยูเครนแบบ “ให้เปล่า” อีกต่อไป แต่ต้องแลกกับสิทธิ์การเข้าถึงแร่หายาก หรือแรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ภายในประเทศ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดคุยกับสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2568 ว่าเขาต้องการบรรลุข้อตกลงกับยูเครนเพื่อเข้าถึงแร่ธาตุหายาก เพื่อเป็นเงื่อนไขในการที่สหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนสงครามกับรัสเซียต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การรัฐประหารในยูเครน หรือแย่ที่สุด—ยูเครนอาจต้องยอมสูญเสียดินแดนที่ถูกรัสเซียยึดครอง

 

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ ทันโลก Special: อนาคต "ยูเครน" แขวนบนเส้นด้าย ทรัมป์ ฉะ เซเลนสกีเป็นเผด็จการ ทิศทางสงครามพลิกสุดขั้ว

ยุโรปตบเท้าเข้าเคียฟ ขณะทรัมป์เอนเอียงรัสเซีย

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ผู้นำชาติยุโรปและแคนาดาเดินทางเยือนกรุงเคียฟ เพื่อย้ำจุดยืนว่ายังคงสนับสนุนยูเครน แม้ว่าการเมืองโลกจะผันผวนอย่างหนักหลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง

ผู้นำชาติยุโรปและแคนาดาเดินทางเยือนกรุงเคียฟ ย้ำจุดยืนสนับสนุนยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2568

ในขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรียูเครนเปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งอาจเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงทรัพยากรแร่หายากในยูเครน แลกกับการสนับสนุนทางทหาร

ทรัมป์เองพยายามเดินหน้ารักษาสัญญาที่ให้ไว้ตอนหาเสียงว่าเขาจะ “ยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนให้เร็วที่สุด” แต่วิธีที่เขาใช้กลับทำให้หลายชาติยุโรปร้อน ๆ หนาว ๆ เพราะดูเหมือนว่าเขากำลังโน้มเอียงไปทางรัสเซีย

“คุณควรยุติมันแล้ว…คุณไม่ควรเริ่ม (สงคราม) คุณสามารถบรรลุข้อตกลงได้” 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโทษว่ายูเครนเป็นฝ่ายเริ่มจุดไฟสงคราม

ทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ระบุว่า เซเลนสกีเป็นเผด็จการ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2568

ไม่เพียงเท่านั้น ทรัมป์ยังกล่าวหาประธานาธิบดีเซเลนสกีว่าเป็น “เผด็จการ” ทำให้หลายฝ่ายมองว่าสหรัฐฯ เริ่มหมดใจกับยูเครนแล้ว

ยูเครนเปรียบเสมือนผู้ป่วยอาการวิกฤต

“วันนี้ยูเครนเจียนอยู่เจียนตาย”

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก เปรียบเทียบชะตากรรมของยูเครน เสมือนเป็นคนไข้ที่ล้มป่วยมานานกว่า 3 ปี หมอใหญ่ที่เคยดูแล—หมายถึงสหรัฐฯ—วันนี้กลับไม่มีเวลาให้ และเมื่อหมอใหญ่ไม่มา ทำให้หมอที่เหลือต้องมาสุมหัวกันว่าจะเอายังไง ยาก็ไม่มี ทำให้วันนี้ ยูเครนตกอยู่ในภาวะที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

ศัตรูที่เคยเผชิญหน้ากัน วันนี้กลับมาสวมกอดกัน ขณะที่ทั่วโลกไปไม่ถูก ทำให้ยูเครนอยู่ในสภาพที่ไม่มีทางเลือก พล.อ.นิพัทธ์ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ทรัมป์และปูตินอาจมีการพูดคุยลับกันมาก่อนแล้ว โดยเป็นการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองที่ยังไม่ถูกเปิดเผย ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่ออนาคตของยูเครน
 

วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เสนอให้สหรัฐฯ ร่วมสำรวจแหล่งแร่หายากในรัสเซีย เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2568

“ดินแดนทั้งหมดของยูเครน ไล่ไปตั้งแต่ดอนบาส 5 แคว้นลงไปถึงไครเมีย ซาปอริซเซีย เคอร์ซอน รัสเซียจะได้ไป” พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวเสริม 

ขณะที่ผู้สังเกตการณ์ชี้ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นในปีนี้จะมีผลประโยนชน์ทางการเมืองเป็นตัวแปร ซึ่งเค้าลางดังกล่าวเริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เมื่อประธานาธิบดีเซเลนสกี มีท่าทีคล้ายรับสภาพ ยอมแลกเปลี่ยนดินแดนกับรัสเซีย และจะยอมลาออกเพื่อแลกกับการรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิกนาโต

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ประกาศเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2568 ว่าพร้อมลงจากตำแหน่ง หากยูเครนได้เข้าเป็นสมาชิกนาโต

อนาคต “เซเลนสกี” ยูเครนเสี่ยงรัฐประหาร?

ดร.อดุลย์ กำไลทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซีย วิเคราะห์ว่า หากเซเลนสกียังแข็งข้อกับทรัมป์ อาจเกิดรัฐประหารในยูเครน เพื่อเปลี่ยนแปลงผู้นำ หรืออย่างน้อยที่สุด อาจมีการสร้างกระแสให้มีการเลือกตั้งใหม่

ดร.อดุลย์ กำไลทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซีย

แม้ว่าปัจจุบันชาวยูเครนจำนวนมากยังสนับสนุนเซเลนสกี แต่ก็ต้องจับตาดูว่าสหรัฐฯ จะดำเนินเกมการเมืองอย่างไร เพราะในอดีต สหรัฐฯ เคยมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผู้นำของหลายประเทศมาแล้ว หรือแม้แต่รัสเซียเองก็เคยอยู่เบื้องหลังในการสนับสนุนผู้นำที่มีจุดยืนฝักใฝ่รัสเซียให้ขึ้นสู่อำนาจ เช่น ในยุคของ วิกเตอร์ ยานูโควิช

วิกเตอร์ ยานูโควิช อดีตประธานาธิบดียูเครน

ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้

สำนักข่าว CNN รายงานว่า ยูเครนสูญเสียดินแดนไปแล้ว 11% ตั้งแต่ปี 2565 และแม้ว่ายูเครนจะสามารถคว้าชัยในภูมิภาคคาร์คีฟ และเคอร์ซอนได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียมหาศาล ในพื้นที่ทางตะวันออกในโดเนตสก์และบัคมุต

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ รายงานว่าพลเมืองยูเครน 12,000 คน เสียชีวิตจากสงคราม และมีผู้คนบาดเจ็บอีกกว่า 29,000 คน นอกจากนี้ชาวยูเครน 6.3 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเยอรมนีและโปแลนด์

ท่ามกลางการแข่งขันของชาติมหาอำนาจ ผลกระทบที่แท้จริงกลับตกอยู่กับประชาชนที่ยังไม่รู้ว่าความโหดร้ายนี้จะจบลงเมื่อไร

ที่มา:

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซียยูเครนสงครามรัสเซีย-ยูเครนความสูญเสียสงครามรัสเซียยูเครนสหรัฐอเมริกาสหรัฐฯโดนัลด์ ทรัมป์เซเลนสกียูเครน
มินนี่ นัฐชา กิจโมกข์
ผู้เขียน: มินนี่ นัฐชา กิจโมกข์

“มินนี่” ชอบ “เมาท์” เรื่องต่างประเทศ รักเปียโน กีตาร์ และเพลงแจ๊ส เป็นพี่สาวแมวสองตัวชื่อโมเนต์กับมิวทู <3

บทความ NOW แนะนำ

ข่าวล่าสุด