ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ดนตรีไทย ไปได้ไกลแค่ไหน ?


Lifestyle

26 ก.พ. 68

อนุรักษ์ ภูมิทรัพย์

Logo Thai PBS
แชร์

ดนตรีไทย ไปได้ไกลแค่ไหน ?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/2382

ดนตรีไทย ไปได้ไกลแค่ไหน ?
บริการเสริมจาก Thai PBS AI

 

ปัจจุบันวงการเพลงไทยได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมของความหลากหลาย หรือมูลค่าในด้านธุรกิจดนตรีก็ตาม ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจของคนที่รักในเสียงเพลงเป็นอย่างมาก 

แต่นอกเหนือจากการก้าวกระโดดในแง่ของวิวัฒนาการด้านดนตรี รวมไปถึงความหลากหลายของเสียงเพลงที่เกิดขึ้นแล้ว ในรายการนักผจญเพลง Replay ยังมีอีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของเสียงดนตรี ในวันที่วงการเพลงพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด แล้วดนตรีไทย สามารถไปได้ไกลแค่ไหน ? 

คำถามนี้ ได้มีมุมมองคำตอบที่น่าสนใจจากศิลปินที่มีเอกลักษณ์ และเป็นตัวแทนสำหรับคนรักดนตรีไทยอย่าง “เก่ง ธชย ประทุมวรรณ” และสมาชิกวงThe Rube ที่ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกันถึงเรื่องของการปรับตัว รวมไปถึงการพัฒนาดนตรีไทยดั้งเดิม กับคำถามที่ว่า ในช่วงเวลาที่มีแนวดนตรีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย บทบาทของดนตรีไทยที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิม ควรจะอยู่ตรงไหน และจะพัฒนาไปอย่างไร หาคำตอบไปพร้อมกันกับบทความตอนนี้

เก่ง - ธชย ประทุมวรรณ และสมาชิกวงThe Rube

มุมมองจาก 2 ศิลปิน ตัวแทนความเป็นไทย

เริ่มต้นจาก “เก่ง ธชย” ที่ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการถูกมองเห็น และการได้ยินของดนตรีไทยว่า “มันน่าแปลกไหม ที่เราอยู่ในประเทศไทย แต่พอได้ยินเสียงดนตรีไทย เสียงระนาด เสียงขลุ่ย แล้วเรารู้สึกแปลก ๆ”  

นี่ถือเป็นการตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า เสียงดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์และแสดงความเป็นไทย ไม่เพียงแต่ฟังแล้วให้ความรู้สึกไพเราะเท่านั้น แต่ยังให้อีกความรู้สึกกับผู้ฟัง นั่นคือ “ความกลัว” เพราะฉะนั้นการเพิ่มการได้ยินและการรับรู้ให้คนไทย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาดนตรีดั้งเดิมให้คงอยู่ และต้องปรับตัวกับดนตรีสมัยใหม่เพื่อให้ฟังง่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ดนตรีไทยเข้าสู่คนฟังได้ทุกยุค เป็นเสียงที่ไม่ตกสมัย

เก่ง ธชย เป็นศิลปินที่มีความเป็นไทยในตัวตนสูงมาก มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก หรือสไตล์การร้องเพลง ที่มักจะมีสำเนียงความเป็นไทยอยู่ในเพลงของเขาเสมอ และถ่ายทอดออกมาด้วยจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง หากใครได้ฟังจะต้องอินไปกับทุกเพลงที่เขาร้องอย่างแน่นอน 

ไม่เพียงเท่านั้น แม้ว่าตัวตนจะมีความเป็นไทย แต่ในด้านของเสื้อผ้า สไตล์การแต่งตัว เขาก็ได้นำเทรนด์แฟชั่นยุคใหม่ ๆ มาผสมผสานกับลุคของเขา และนำเสนอออกมาในรูปแบบที่น่าสนใจไม่น้อย เรียกว่าไม่ใช่เพียงแค่เสียงร้องที่โดดเด่น แต่ตัวตนของเขาได้นำเอาความเป็นไทย ผสมกับความเป็นคนรุ่นใหม่ และถ่ายทอดออกมาได้อย่างลงตัว 

ต่อกันที่ศิลปินคนถัดไปอย่าง “เก็ท ศิวพงษ์ เหมวงศ์” นักร้องนำแห่งวง The Rube ได้พูดถึงแง่มุมที่คนไทยมักจะนำดนตรีไทยไปผูกโยงกับเรื่องราวลี้ลับ หรือเรื่องที่น่ากลัว เช่น เรื่องผีสางนางไม้ โดยเขาได้ให้มุมมองความเห็นนี้เอาไว้ว่า “เวลาได้ยินเสียงดนตรีไทย เราก็จะนึกถึงผี” ซึ่งพฤติกรรมการสร้างสื่อต่าง ๆ เช่น ภาพยนตร์ ที่ใช้ผีนางรำเป็นตัวแทนของความน่ากลัวมาประกอบกับเสียงดนตรีไทย กลายเป็นการปลูกฝังให้คนรู้สึกว่าเสียงดนตรีไทยเป็นเสียงที่น่ากลัว

เรื่องเล่าเกี่ยวกับผี วิญญาณ หรือสิ่งลี้ลับต่าง ๆ มักต้องมีเสียงดนตรีไทยขึ้นมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่น่ากลัว สร้างจินตนาการที่ชวนหลอนให้คนที่ได้ยิน จนเกิดความรู้สึกกลัวไปตาม ๆ กัน และนั่นอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนไทยห่างจากดนตรีไทยไปมากยิ่งขึ้น 

ยังไม่รวมถึงเรื่อง “ของมีครู” ที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่กล้าสร้างสรรค์ หรือนำดนตรีไทยออกมาทำในแนวทางใหม่ ๆ เนื่องจากกลัวในเรื่องของ “อาถรรพ์” เรื่องผีสิงในเครื่องดนตรีไทย จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้เกิดการสร้างภาพจำใหม่ ๆ ให้กับดนตรีไทยมากกว่านี้ 

ในนามของวง The Rube เป็นวงดนตรีที่มีการนำเสียงของเครื่องดนตรีไทยมาประกอบในเพลง พวกเขายังได้หยิบเอาเรื่องราวในวรรณคดีไทย มาประกอบไว้ในเนื้อเพลงอีกด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นการสร้างสรรค์เพลงแนวใหม่ ๆ ออกสู่วงการเพลงไทย โดยฉีกกฎการทำเพลงแบบเดิม ๆ ให้ต่างออกไปและยังได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี ดังเช่นเพลง “I’m Sorry (สีดา)” 

ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่คนรุ่นใหม่ สามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการหยิบยกความเป็นไทย ไม่ว่าจะการนำดนตรีไทยไปผสมกับเครื่องดนตรีสากล หรือแม้แต่การนำเนื้อหาในวรรณคดีไทยมาประยุกต์เป็นเนื้อเพลงให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น

อนาคตของดนตรีไทย

เก่ง ธชย ยังได้ทิ้งทายกับประโยคที่น่าสนใจอีกว่า “การจะให้ดนตรีไทยยังไปต่อได้ ไม่ว่าจะฝ่ายอนุรักษ์ หรือฝ่ายสร้างสรรค์ เราต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน และยอมรับสิ่งใหม่ ๆ”

เก่งยังเสริมต่อในมุมมองเรื่องนี้อีกว่า ตัวเองนั้นเห็นต่างในเรื่องของ “ดนตรีไทยกับความน่ากลัว” เพราะเขาเชื่อว่า ดนตรีไทย ไม่ว่าจะอยู่ในความน่ากลัว หรืออยู่ตรงไหนก็ตาม แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการทำให้คนจดจำ และมีดนตรีไทยอยู่ในชีวิตประจำวันได้อยู่เสมอ  

ท้ายที่สุด ทั้ง เก่ง ธชย และสมาชิกวง The Rube ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำดนตรีไทยดั้งเดิมมาผสมผสานกับดนตรีในยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว และสร้างปรากฎการณ์ในการถ่ายทอดบทเพลงที่ได้สร้างภาพจำใหม่ ๆ ให้กับดนตรีไทย รวมไปถึงสอดแทรกวัฒนธรรมไทยเข้าไปในบทเพลง 

จากสิ่งที่ทั้งสองศิลปินได้ร่วมกันถ่ายทอดมุมมองเหล่านี้ เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า ดนตรีไทย ยังไปได้อีกไกลแน่นอน

เก่ง ธชย และวง The Rube ยังได้โชว์เพลงพิเศษที่ทั้งคู่ตั้งใจถ่ายทอดให้กับผู้ชม เป็นการร้องเพลงร่วมกันที่หาดูได้ยาก สามารถรับชมได้ในรายการนักผจญเพลง Replay กับตอนที่มีชื่อว่า “The Rube x เก่ง ธชย ดนตรีไทยควรอยู่ตรงไหน” ผ่านทาง YouTube Thai PBS และเว็บไซต์ https://www.thaipbs.or.th/program/SongHunterTV/episodes/106398 

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ : Silpa-mag
 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เก่ง ธชย วง The Rubeดนตรีไทยรายการนักผจญเพลง Replayคอลัมน์ เพลงหน้า A by นักผจญเพลง
อนุรักษ์ ภูมิทรัพย์
ผู้เขียน: อนุรักษ์ ภูมิทรัพย์

ผู้ดำเนินรายการ นักผจญเพลง REPLAY รายการเพลงที่มากกว่าเรื่องราวของเพลง แต่บอกเล่าเรื่องราวของดนตรีในมุมที่แตกต่าง สร้างแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวันได้

บทความ NOW แนะนำ

ข่าวล่าสุด