แชร์

Copied!

ตรวจสอบพบ : ช่อง TikTok ดัง แจกสูตรเครื่องดื่มหลักสิบ “กันท้อง-หยุดซึมเศร้า”

10 ก.พ. 6805:42 น.
หมวดหมู่#ข่าวปลอม
ตรวจสอบพบ : ช่อง TikTok ดัง แจกสูตรเครื่องดื่มหลักสิบ “กันท้อง-หยุดซึมเศร้า”

บริการเสริมจาก Thai PBS AI

เตือนอย่าเชื่อ ! ช่อง TikTok คนถูกใจกว่า 7 ล้านคน ทำคลิปอ้างดื่มเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อสามารถ "กันการตั้งท้อง-หยุดซึมเศร้า" บรรดาแพทย์ออกโรงเตือนอย่าหลงเชื่อ

Thai PBS Verify พบช่อง TikTok คนถูกใจกว่า 7 ล้านคน ลงคอนเทนต์อ้างกินเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อสามารถป้องกันการตั้งท้อง-หยุดอาการซึมเศร้าได้ ด้านกุมารแพทย์ - จิตแพทย์ เตือนอย่าหลงเชื่อ

แหล่งที่มา : X

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงภาพผู้ใช้บัญชี X โพสต์ตั้งคำถามถึงช่อง TikTok ชื่อ

กระบวนการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ใช้บัญชี X ที่ใช้ชื่อ "Aertha" ออกมาโพสต์ภาพบันทึกหน้าจอ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.68 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาพบันทึกหน้าจอจากคลิปของช่อง TikTok ที่ชื่อ "ของมันต้องกิน" ที่ได้โพสต์คลิปดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 ก.พ.68  ที่ผ่านมา ซึ่งคลิปดังกล่าวมีเนื้อหาแจกสูตรเครื่องดื่มราคาหลักสิบกันท้องจากเซเว่น โดยคลิปดังกล่าวระบุสูตรของเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้แก่

สูตรที่ 1 น้ำอัดลมและเครื่องดื่มชูกำลัง ราคา 30 บาท ทานหลังยาคุมฉุกเฉินและทานติดต่อกันอีก 3-5 วัน จะทำให้โอกาสท้องแทบจะไม่มีเลย

สูตรที่ 2 ชาเขียวและกาแฟ ราคา 45 บาท ทานติดต่อกัน 5-7 วัน หลังทานยาคุมฉุกเฉิน

สูตรที่ 3 น้ำอัดลมและโซดา ราคา 25 บาท ทานเดือนละ 1 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน ติดต่อกันสำหรับคนอยากหยุดมีลูก

คลิปดังกล่าวระบุคำอธิบายว่า "ใครทานของพวกนี้อยู่ต้องเลิก เพราะจะมีผลต่อการตั้งครรภ์ (คอนเทนต์งดดรามา)

ทั้งนี้หลังจากที่ได้มีการลงคลิปเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่องแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นได้บันทึกภาพหน้าจอของผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ซึ่งใช้ชื่อบัญชีว่า "คุณต้องรู้?" ที่อ้างว่าเป็นนักศึกษาแพทย์ และได้แสดงความคิดเห็นว่า "ผมนักศึกษาแพทย์ ของพวกนี้ทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้นจริง ๆ นะครับ แต่อยากให้ทางช่องอธิบายให้เข้าใจกว่านี้ครับ เพราะที่ช่องอธิบายลึกไป ถ้าคนไม่รู้มาจะเกิดดรามาเอา เป็นห่วงครับ" ซึ่งข้อความดังกล่าว มีผู้เข้ามากดถูกใจถึง 1,910 ครั้งด้วยกัน และเพจ "ของมันต้องกิน" ผู้ที่ทำคลิป ได้เข้ามาตอบกลับความคิดเห็นดังกล่าวว่า "ได้ครับขอบคุณมาก ๆ ครับ"

อย่างไรก็ตามภายหลังมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "Watthana Nuntaphum" ออกมาระบุว่า เขาเป็นผู้ที่อยู่ในภาพโปรไฟล์ของบัญชี "คุณต้องรู้?" พร้อมกับชี้แจงว่า "จากเหตุการณ์มีคนแอบเอารูปผมไปใช้แล้วไปคอมเมนต์ให้คนเกิดความเข้าใจผิด (ให้ข้อมูลในทางผิด ๆ) ย้ำอีกครั้งนะครับ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ account คุณควรรู้? หรือ account อื่น นอกนั้นเป็น account ปลอมนะครับ ขอบคุณทุกคนที่เห็นข่าวแล้วรีบส่งมาให้ดูและแก้ไขปัญหานะครับ"

ผู้ที่ถูกนำภาพไปแอบอ้างรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร

นอกจากนี้ยังได้ระบุถึงความคืบหน้าของคดี ว่ามีผู้ออกมาทำคลิปขอโทษ และพบว่ามีการนำภาพของเด็กชายคนหนึ่ง ที่อ้างว่ามีอายุเพียง 14 ปี พร้อมระบุข้อความว่า "จากประเด็นดรามาที่เกิดขี้นในช่องของกิน ที่ผมใช้รูปหมอท่านหนึ่งไปคอมเมนต์ ผมใช้รูปหมอเค้ามาคอมเมนต์ครับ ผมไม่ได้เป็นหมอหรืออะไร ผมเป็นแค่นักเรียน อยากจะออกมาขอโทษทุกคน และจะออกมาขอโทษคุณหมอครับ ที่ทำให้ทุกคนไปด่าคุณหมอ ตอนนี้แม่ผมเครียดเรื่องนี้กับผมมากครับ แล้วผมก็ได้โกหกแม่ว่าเรื่องนี้จบแล้ว และผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่องของกินครับ ผมแค่เห็นดรามาแล้วเอารูปไปหาในแชต GPT แล้วคอมเมนต์ครับ อยากจะออกมาขอโทษทุกคน ผมจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกครับพี่ ๆ ที่ทักมาด่าผม ผมขอโทษด้วยนะครับ"

แต่เมื่อผู้เสียหายขอให้แสดงรูปบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน บัญชีดังกล่าวกลับถูกลบออกไป

นอกจากคอนเทนต์เครื่องดื่มกันท้องแล้ว เราได้ทำการค้นหาด้วยคำสำคัญ และพบว่าเพจดังกล่าว เคยทำคอนเทนต์ แจกสูตรเครื่องดื่มบรรเทาโรคซึมเศร้าจากเซเว่น ซึ่งผู้ใช้บัญชี X ชื่อ "อยากกินไก่ทอด" ได้บันทึกภาพหน้าจอของคอนเทนต์ดังกล่าวเอาไว้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยคอนเทนต์ดังกล่าวเป็นภาพของเครื่องดื่มนมช็อกโกแลตยี่ห้อหนึ่ง ถูกระบุให้นำมาผสมกับนมจืดอีกยี่ห้อหนึ่ง และให้นำไปอุ่นในไมโครเวฟ ดื่มก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้ผ่อนคลายสมอง

เราทำการตรวจสอบเพจ "ของมันต้องกิน" พบว่าปัจจุบันมีการเปลี่ยนชื่อเป็น "kongmontongkin KMTK" รวมถึงได้ลบเนื้อหาดังกล่าวภายในเพจออกไปแล้ว

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้เป็นอย่างไร ?

ผู้หลงเชื่อเข้ามากดถูกใจข้อความของบัญชีอวตารสูงถึง 1,900 ครั้ง

เพจดังกล่าว ถือว่ามีผู้ติดตามหลายแสนคน โดยมีผู้กดถูกใจเพจสูงถึง 7.1 ล้านคน ซึ่งหลังจากที่มีการโพสต์เนื้อหาคอนเทนต์ดังกล่าว และมีการปลอมเป็นแพทย์มาแสดงความคิดเห็น เราพบว่ามีผู้หลงเชื่อเข้ามากดถูกใจข้อความของอวตารสูงถึง 1,900 ครั้ง ทำให้เห็นว่า โพสต์ดังกล่าวอาจทำให้มีผู้เข้าใจผิดเป็นจำนวนมาก

"กุมารแพทย์" ระบุ ไม่มีเครื่องดื่มใดป้องกันการตั้งครรภ์ได้

เราสอบถามไปยัง อ.พญ. ลลิต ลีลาทิพย์กุล กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์วัยรุ่น และ อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้ระบุว่า รู้สึกเป็นห่วงผู้ที่หลงเชื่อ และข้อมูลดังกล่าวถือว่าไม่เป็นความจริง เพราะการมีเพศสัมพันธ์เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพบเจอกันของอสุจิและไข่ ถ้าอยู่ในร่างกายที่ปกติ ก็ไม่มีเครื่องดื่มหรืออาหารชนิดใดที่จะสามารถมาขัดขวางได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มชนิดไหนก็ไม่มีผล ซึ่งในทางการแพทย์ก็ไม่ได้มีอาหารหรือส่วนผสมของอะไรก็ตาม ที่จะทำให้กินแล้วสามารถหยุดการตั้งครรภ์ได้ นอกจากการใช้ยาฮอร์โมนเพียงเท่านั้น

อ.พญ. ลลิต ลีลาทิพย์กุล กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์วัยรุ่น และ อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ส่วนคำกล่าวอ้างที่ว่า ให้รับประทานหลังการทานยาคุมฉุกเฉินนั้น ในตัวของยาคุมฉุกเฉินก็ไม่สามารถที่จะป้องกันได้ 100% เพราะขึ้นอยู่กับว่าทาน ณ เวลาใดหลังการมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินถือว่ามีประสิทธิภาพค่อนข้างดี หากรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง ก็จะมีประสิทธิภาพถึง 85% แต่หากทานหลังจากนั้น ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ก็จะลดลง และการทานน้ำอัดลม หรือ เครื่องดื่มชูกำลัง ตามที่กล่าวอ้าง ก็ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินแต่อย่างใด

สำหรับเครื่องดื่มที่จะทำให้ฮอร์โมนแปรปรวนนั้น ปัจจุบันยังไม่มีเครื่องดื่มใดที่สามารถทำให้เกิดการแปรปรวนของฮอร์โมนได้ และไม่มีงานวิจัยใด ๆ ที่ระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มชนิดใดจะสามารถทำให้เกิดผลในเรื่องของอารมณ์แปรปรวน โดยอารมณ์ในร่างกายของคนเรานั้น ถือว่าเป็นไปตามสภาพ เช่น ความเครียด ก็มีโอกาสที่จะทำให้ฮอร์โมนเกิดความเปลี่ยนแปลงได้ แต่หากจะให้ฮอร์โมนหมดไป หรือทำให้ไม่เกิดการท้องขึ้น เท่าที่ข้อมูลงานวิจัยในปัจจุบัน ก็ยังถือว่ายังคงไม่มี เพราะแม้จะเป็นผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ยังสามารถที่จะตั้งครรภ์ได้ ตราบใดที่ยังคงมีฮอร์โมนอยู่

การป้องกันการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง

อ.พญ. ลลิต ระบุถึงการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ดีที่สุดคือ หากไม่ต้องการที่จะตั้งครรภ์ การหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ หากไม่จำเป็นการหลีกเลี่ยงก็ถือเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่มีเพศสัมพันธ์ จำเป็นต้องมีการป้องกัน ซึ่งแนะนำวิธีการป้องกัน 2 วิธี คือ

1. การใช้ฮอร์โมน หรือที่เรียกว่า "ยาคุมกำเนิด" ซึ่งถือเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น
- รูปแบบการกิน ที่ต้องรับประทานทุกวัน
- รูปแบบการฉีด ที่ต้องฉีดทุก 3 เดือน
- รูปแบบการฝัง ที่สามารถอยู่ได้นานถึง 3 ปี
2. การใช้อุปกรณ์ป้องกันการตั้งครรภ์
- การใช้ห่วงคุมกำเนิด
- ถุงยางอนามัย
ซึ่งทั้ง 2 ชนิดสามารถป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์อีกด้วย

"จิตแพทย์" ชี้ชัด "ป่วยซึมเศร้า" ต้องรักษาโดยแพทย์

เรานำเรื่องดังกล่าวไปสอบถามกับ ศ.นพ. ชวนันท์ ชาญศิลป์ นายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีการกล่าวอ้าง ไม่สามารถลดอาการซึมเศร้าได้

ศ.นพ. ชวนันท์ ชาญศิลป์ นายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่

โดยอาการซึมเศร้าแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ โรคซึมเศร้า และ อารมณ์เศร้า ซึ่งถ้าหากเป็นในส่วนของโรคซึมเศร้า ปัจจุบันถือว่ายังไม่มีอาหารเสริม หรือว่าเครื่องดื่มอะไรที่รับประทานแล้วจะสามารถรักษาหรือบรรเทาอาการซึมเศร้าได้

แต่สำหรับอาการอารมณ์เศร้า หรือ อารมณ์ตก ที่เป็นอารมณ์ชั่วคราวของมนุษย์ทุกคนที่มีได้นั้นก็ยังไม่มีรายงานถึงอาหารอะไรที่จะสามารถลดอาการลงได้ เพราะแค่เพียงเดินเล่นให้รู้สึกผ่อนคลายหรืออยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายก็สามารถที่จะทำให้อาการดีขึ้นได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถสรุปได้ว่า จะใช้เครื่องดื่มหรืออาหารอะไรเพื่อทำให้อารมณ์ดีขึ้น

ทั้งนี้หากป่วยเป็นโรคซึมเศร้ายังไงก็ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ ซึ่งการที่จะได้รับยาหรือไม่นั้น อยู่ที่ระดับความรุนแรง แต่โดยทั่วไปมักจะต้องได้รับยา มีบ้างที่ระดับความรุนแรงไม่มาก ก็สามารถที่จะเลือกทำเฉพาะการทำจิตบำบัด

การปฏิบัติตัวสำหรับผู้เป็นโรคซึมเศร้า

สำหรับการปฏิบัติตัวของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า หากไม่แน่ใจว่าป่วยหรือไม่ สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ดังต่อไปนี้

1. ดูอารมณ์ตัวเองว่าสามารถดึงอารมณ์ตัวเองกลับมาได้หรือไม่ ถ้าหากยังมีอาการดิ่งอยู่เรื่อย ๆ หรือ ดึงอารมณ์ขึ้นมาไม่ได้ ก็เป็นสัญญาณที่จะต้องมาพบแพทย์

2. ถ้าอารมณ์นั้นรบกวนการใช้ชีวิต เช่น ทำงานไม่มีสมาธิ หรือ ทำได้ไม่ดีเหมือนเดิม ก็ควรที่จะมาปรึกษาแพทย์

สำหรับผู้ที่ได้รับการรักษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับการรักษาให้ต่อเนื่อง เพราะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ ส่วนในแง่ของการดูแลชีวิตนั้น
- การมีเพื่อนหรือการเชื่อมโยงกับผู้คนรอบ ๆ ถือว่าเป็นตัวช่วยที่สำคัญ
- การมีคนที่คอยให้กำลังใจถือเป็นตัวช่วยที่สำคัญ
- การรู้ว่าอะไรที่ตัวเองมีความสุขและนำตัวเองไปอยู่สถานการณ์นั้น โดยที่ไม่ได้เป็นความสุขที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน ก็ถือเป็นสิ่งที่ช่วยด้วยเช่นเดียวกัน

"สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้สิ่งสำคัญคือไม่ใช่แค่ต้องการลดอารมณ์เศร้า แต่ต้องการเติมความสุขเข้าไปในชีวิต ที่ถือเป็นตัวช่วยที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า"

ทั้งนี้สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สมาคมจิตแพทย์ที่เว็บไซต์ https://www.psychiatry.or.th/home/