ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ความรัก การเริ่มต้นใหม่ และการกลับมา ที่ถูกเล่าผ่านความหมายแฝงใน"เดือนเมษายน"


Lifestyle

3 เม.ย. 68

คมสัน ประมูลมาก

Logo Thai PBS
แชร์

ความรัก การเริ่มต้นใหม่ และการกลับมา ที่ถูกเล่าผ่านความหมายแฝงใน"เดือนเมษายน"

https://www.thaipbs.or.th/now/content/2544

ความรัก การเริ่มต้นใหม่ และการกลับมา ที่ถูกเล่าผ่านความหมายแฝงใน"เดือนเมษายน"
บริการเสริมจาก Thai PBS AI

ถ้าพูดถึงเดือนเมษายนหลายคนคงจะนึกถึงวันสงกรานต์วันหยุดยาวประจำปีที่ทุกคนต่างเฝ้ารอ หรือนึกถึงวันแห่งการโกหก ( April Fool's Day) แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปกว่านั้น เดือนเมษายนมีความหมายแฝงแอบซ่อนอยู่ และมักจะถูกนำมาใช้ในสื่อบันเทิงอยู่เป็นประจำ 

โดยอาจจะลองเริ่มต้นจากการจับจุดสังเกตว่าทำไมถึงนิยมใช้คำว่าเมษายนลงไปในสื่อบันเทิงเหล่านั้น เช่น April Come She Will บทเพลงชื่อดังของ 2 ศิลปินแนวโฟล์ก Simon & Garfunkel, เมษายนพาใครบางคนกลับมา หนังสือของคาวามูระ เก็งคิ ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน ไม่เว้นแม้กระทั่ง คู่ศิลปินร็อคพี่น้องสายฟ้าพายุ อัสนี & วสันต์ โชติกุล ก็มีเพลงที่มีชื่อว่าเดือนเมษา ซึ่งผลงานเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับความหมายแฝงที่อยู่ในเดือนเมษายนแทบทั้งสิ้น

เมษายนในด้านความหมาย

ในภาษาไทยคำว่าเมษายนมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต 2 คำมาสนธิกัน คือ เมษ หมายถึง ราศีเมษซึ่งเป็นกลุ่มดาวรูปแกะในจักรราศี สนธิกับคำว่า อายน ที่แปลว่า การมาถึง รวมกันเป็นเมษายน “เดือนที่ดวงอาทิตย์มาสู่ราศีเมษ” จะเห็นได้ว่าความหมายของเดือนในภาษาไทยนั้น มักเป็นการเอาชื่อราศีของกลุ่มดาวมาทำการตั้งชื่อให้กับเดือนต่าง ๆ 

ส่วนภาษาอังกฤษคำว่า April มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน Aprilis และ Aperire ที่มีความหมายว่ากางออก เปิดออก ซึ่งอาจล้อไปกับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิในเดือนเมษายน นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานว่า April อาจมาจาก Apru หรือ Aphrodite เทพีแห่งความรักความงาม และความปรารถนา เริ่มจะพอเข้าเค้าแล้วใช่ไหมครับว่าทำไมเดือนเมษายนจึงถูกเชื่อมโยงกับการเริ่มต้นใหม่ และความรัก

ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ (ภาพจาก: mediastock thaipbs)

การเริ่มต้นใหม่ และการสิ้นสุด

นอกจากความหมายทางด้านภาษาแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับฤดูกาล ทั้ง 4 ฤดูกาล ของซีกโลกเหนือ เดือนเมษายนจะตรงกับฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือนก็จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายได้สิ้นสุดลงแล้ว ธรรมชาติกำลังจะฟื้นฟูตนเองเพื่อเริ่มต้นใหม่ ดอกไม้กำลังจะผลิบานคืนความงดงามและสีสันให้กับโลกใบนี้ ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับความรู้สึกของมนุษย์ ก็คงเปรียบได้กับการสิ้นสุด และการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่สวยงาม ดั่งเช่นดอกไม้ที่ผลิบานในฤดูใบไม้ผลินั่นเอง

Simon&Garfunkel เจ้าของบทเพลง April Come She Will (ภาพจาก: AP)

ฤดูกาลผันแปรดั่งเช่นความรักในบทเพลงของ Simon & Garfunkel

Simon & Garfunkel ศิลปินโฟล์กคู่หู่ชื่อดังแห่งยุค 60 แน่นอนว่าเพลงที่ฮิตที่สุดของพวกเขาทั้ง 2 คน คงจะหนีไม่พ้น The Sound of Silence แต่ยังมีอีกหนึ่งบทเพลงที่ประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Graduate เช่นเดียวกัน นั้นก็คือเพลง April Come She Will (1966) ที่เนื้อเพลงเปรียบเปรยถึงความรักที่ผันแปรเปลี่ยนไปตามเดือนต่าง ๆ โดยเริ่มต้นจากการมาถึงในเดือนเมษายนตามชื่อเพลง หลังจากนั้นเมื่อเดือนเปลี่ยนสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป จากความสดใสในยามแรกพบ ก็เริ่มเข้าสู่ความหมองหม่นในช่วงที่ลมหนาวพัดมา จนในที่สุดก็ต้องร้างลาจากกันไปตามกาลเวลา เป็นการเขียนเนื้อเพลงโดยนำชื่อเดือนเมษายนมาเป็นจุดเริ่มต้น ผสานกับเนื้อหาที่มีความลึกซึ้ง และเสียงร้องที่ประสานกันอย่างลงตัว ทำให้เพลงนี้ของ Simon & Garfunkel เป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตที่อยู่ในใจใครหลายคน

ภาพยนตร์เรื่อง April, Come She Will  (ภาพจาก: Toho Company, Ltd.)

April, Come She Will รักที่ร้างลาเพราะการละเลย

April, Come She Will (2023) หรือในชื่อภาษาไทย เมษายน พาใครบางคนกลับมา เรื่องราวของคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ฝ่ายหญิงกลับเลือกที่จะหายตัวไปก่อนการแต่งงานจะมาถึง ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับจดหมายที่ถูกส่งมาจากคนรักเก่าของฝ่ายชายที่เนื้อหาในจดหมายนั้นพูดถึงสถานที่แห่งความทรงจำเมื่อครั้งก่อน โดยเรื่องราวในภาพยนตร์นั้นเกิดขึ้นในเดือนเมษายนเป็นหลัก ทยอยเล่าเรื่องไปทีสถานการณ์เพื่อฉายภาพให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความรักแรกพบในยามซากุระผลิบาน การหวนคืนกลับมาของความรักผ่านจดหมาย และการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่นำความหมายที่ซ่อนอยู่ในเดือนเมษายนออกมาใช้ได้ครบแทบทุกด้านเลยทีเดียว 

อัสนี & วสันต์ โชติกุล ศิลปินผู้นิยมแฝงความหมายไว้ในเนื้อเพลง

เดือนเมษา ทั้งรักและลาของสองพี่น้องสายฟ้าพายุ

ใครที่เป็นแฟนเพลงของอัสนี & วสันต์ โชติกุล ก็น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเนื้อเพลงในบางเพลงของสองพี่น้องสายฟ้าพายุนั้นจะต้องผ่านการตีความทำความเข้าใจไม่ได้ใช้ภาษาทั่วไปมาบอกเล่าเรื่องราวกันแบบตรง ๆ โต้ง ๆ ซึ่งได้กลายเป็นเสน่ห์ที่ยากจะเลียนแบบของศิลปินในตำนานคู่นี้ เพลงเดือนเมษาจากอัลบั้มบางอ้อ (1997) ก็เช่นเดียวกันแม้จะไม่ต้องตีความมากมายแต่ก็มีการนำชื่อเดือนมาเล่นกับเนื้อเพลงได้เป็นอย่างดี  

“เจอเข้าอย่างจัง เมื่อเดือนเมษายน เจอเข้ากับคนที่น่ารัก” จุดเริ่มต้นของความรักในเดือนเมษา ได้เจอเข้ากับหญิงสาวที่ถูกใจ 

“แต่เธอมาจากไปเมื่อเดือนเมษายน เธอไปกับคนที่เธอรัก” รักร้างในเดือนเมษายน เมื่อหญิงคนรักได้ไปกับคนใหม่ ไม่มีวันกลับมา 

“คิดถึงเดือนเมษายน อยากจะเอาเดือนนั้นคืนมาอีกสักหน เดือนที่มีแต่เธอ” อยากให้เดือนเมษากลับมาอีกครั้ง เดือนที่มีเธออยู่เคียงข้าง แต่ก็เป็นเดือนที่ต้องเลิกรากันไป จนทำให้เกิดความสับสนตามมา ว่าควรจะเอายังไงดี

ทั้ง 3 ตัวอย่างที่ยกมานำเสนอ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการเปรียบเปรยที่มักจะหยิบยกเดือนเมษายนมาเป็นตัวถ่ายทอดเรื่องราว แต่ก็น่าจะทำให้เห็นภาพว่าในเดือนเมษายนนั้นมีความหมายแฝงอะไรซ่อนอยู่บ้าง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างคร่าว ๆ ถ้าใครที่สนใจอยากตามกันต่อ ลองไปฟังเพลง เมษา ของวง fellow fellow (2019) ที่ว่าด้วยเรื่องราวการติดลูปอยู่ในความรักที่เลิกรากันไปแล้วไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าต่อได้ หรือ April Snow (2005) หนังรักจากเกาหลีที่เปรียบเปรยความย้อนแย้งของฤดูกาลในเดือนเมษากับความรักที่ผิดทำนองคลองธรรม

จะเห็นได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวล้วนแล้วแต่มีความหมายในแบบของมัน อยู่ที่ผู้ถ่ายทอดจะนำเสนอมันออกมาในรูปแบบใด ในฐานะผู้ชมผู้ฟังการค้นหาความหมายผ่านสื่อบันเทิงเหล่านี้คือหนึ่งในความสนุกสนานที่ให้ได้มากกว่าความบันเทิง เป็นแง่มุมทางศิลปะที่นึกถึงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะเห็นถึงความใส่ใจของผู้สร้างสรรค์ผลงานที่คิดรูปแบบการนำเสนอออกมาได้อย่างมีความหมาย

 

ติดตามเนื้อหาอื่น ๆ จากเครือ Thai PBS ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทความนี้

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เดือนเมษายนความรักบทเพลงฤดูกาล
คมสัน ประมูลมาก
ผู้เขียน: คมสัน ประมูลมาก

นักดื่มกาแฟที่เขียนบทความได้นิดหน่อย

บทความ NOW แนะนำ

ข่าวล่าสุด