แชร์

Copied!

เตือนภัย ! หลอกลงทุน “ธุรกิจขายตรง” เบื้องหลังเป็น “แชร์ลูกโซ่”

10 ต.ค. 6707:38 น.
เตือนภัย ! หลอกลงทุน “ธุรกิจขายตรง” เบื้องหลังเป็น “แชร์ลูกโซ่”

สารบัญประกอบ

    ระวัง ! ลงทุน “ธุรกิจขายตรง” เบื้องหลังเป็น “แชร์ลูกโซ่” พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเมื่อ 9 ต.ค. 67 ว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน

    ระวัง ! ลงทุน “ธุรกิจขายตรง” เบื้องหลังเป็น “แชร์ลูกโซ่” พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเมื่อ 9 ต.ค. 67 ว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ

    ในอดีตที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนจำนวนมากได้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบของการชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือการจัดสัมมนาในความรู้ บางครั้งก็จะมาในรูปแบบของการลงทุนในธุรกิจ บางครั้งก็มาในรูปแบบของการขายตรง หลอกลวงว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง และมักจะมีรายได้จากการชักชวนสมาชิกใหม่มาร่วมธุรกิจ เช่น คดียูฟัน (Ufund), คดีแม่ชม้อย คดี FOREX-3D เป็นต้น

    ด้วยเหตุนี้ Thai PBS Verify และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังในการลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจลักษณะขายตรง ที่อาจเข้าข่ายเป็นขบวนการแชร์ลูกโซ่ หรือหลอกลวงประชาชน โดยมีข้อสังเกตดังนี้

    1. โมเดลแชร์ลูกโซ่

    หากโครงสร้างธุรกิจเน้นการรับสมัครคนใหม่เข้าร่วมมากกว่าการขายสินค้าหรือบริการจริง โมเดลนี้ทำให้รายได้หลักมาจากการชักชวนสมาชิกใหม่และเก็บเงินค่าสมัคร แทนที่จะเกิดจากการขายสินค้า

    2. การขายสินค้าหรือบริการที่ไม่ตรงความจริง

    หากสินค้าหรือบริการที่เสนอขายไม่มีคุณภาพ ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่โฆษณาไว้ หรือไม่มีสินค้าจริงในการจำหน่าย แต่มีการหลอกลวงเพื่อเก็บเงินจากผู้ร่วมธุรกิจ

    3. การบังคับซื้อสินค้าหรือการลงทุนจำนวนมาก

    หากบริษัทบังคับให้ผู้สมัครเข้าร่วมต้องลงทุนจำนวนมากในการซื้อสินค้าเกินความจำเป็น หรือกักตุนสินค้าโดยไม่สามารถขายออกได้จริง

    4. การใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือหลอกลวง

    หากบริษัทนำเสนอข้อมูลทางธุรกิจหรือรายได้ที่เกินจริง โฆษณาผลตอบแทนที่สูงเกินจริงโดยไม่สามารถทำได้ตามสัญญา

    5. การไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ธุรกิจขายตรงในประเทศไทยต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

    6. ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภค

    หากธุรกิจไม่ให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้บริโภค ไม่สามารถคืนเงินหรือเปลี่ยนสินค้าตามที่กฎหมายกำหนด หรือไม่มีการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้บริโภค ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย

    หากพี่น้องประชาชนพบเห็นธุรกิจในลักษณะดังกล่าว หรือสงสัยว่าอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 เพื่อที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป

    สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ และหากเป็นคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ สายด่วน 1441 หรือเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


    Thai PBS Verify เตือนภัย..ใกล้ตัว !

    📌อ่าน : หลอกกดลิงก์ ! มิจฉาชีพส่งข้อความรับสิทธิ์ “เติมน้ำมันฟรี”

    📌อ่าน : 5 จุดสังเกต ! หลอกโอนเงินช่วยน้ำท่วม

    📌อ่าน : โปรดระวัง ! มิจฉาชีพใช้ Google Voice หลอกคุมบัญชีอีเมล

    📌อ่าน : เช็กก่อนโอน ! 4 ทริกระวังภัยมิจฉาชีพรับบริจาคช่วยน้ำท่วม

    📌อ่าน : ระวัง ! เงินดิจิทัลล่อใจ มิจฉาชีพล่อลวง

     

    แหล่งข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    สารบัญประกอบ