หากกล่าวถึงแวดวงกีฬาระดับโลก ผู้คนมักคุ้นเคยกับเหล่าบรรดานักกีฬาจากชาติตะวันตก ที่ครองความยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าแห่งกีฬา มากมายหลายประเภท
แต่ในวันนี้ นักกีฬาจากทวีปเอเชียสามารถก้าวขึ้นมาประกาศศักดา สร้างผลงานให้เป็นที่รู้จัก มากไปกว่านั้น หลายคนยังครอง “เบอร์ 1 ของโลก” ในหลายประเภทกีฬา
ไทยพีบีเอสรวบรวม “9 นักกีฬาสายเลือดเอเชีย” พวกเขาและเธอเหล่านี้ สร้างผลงานให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ และเป็นการตอกย้ำว่า นักกีฬาจากฟากฝั่งเอเชีย ก็มีความสามารถไม่แพ้ทวีปใดในโลก
เหยา หมิง
ชายผู้มีส่วนสูงกว่า 229 เซนติเมตรคนนี้ ถือเป็น “ไอดอล” ของนักบาสเกตบอลเอเชีย ด้วยเหตุที่เขาเคยเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปโชว์ฝีไม้ลายมือถึง “ถิ่นบาสเกตบอลโลก” อย่าง NBA มาแล้ว เขาคนนี้คือ “เหยา หมิง”
เหยา หมิง เป็นนักบาสเกตบอลชาวจีน เขามีส่วนสูงถึง 229 เซนติเมตร เริ่มต้นเล่นบาสเกตบอลให้กับทีม Shanghai Sharks ก่อนจะมาเล่นให้กับทีม Chinese Basketball Association และสร้างชื่อเสียงโด่งดัง จนในปี 2002 เหยา หมิงได้รับโอกาสให้ย้ายไปร่วมเล่นในลีกบาสเกตบอลระดับโลก NBA โดยลงเล่นให้กับทีมดัง ฮิวส์ตัน รอกเกตส์
เหยา หมิง สร้างผลงานระดับคุณภาพ ติดทีมออลสตาร์ NBA ถึง 8 สมัย แต่กว่าที่เขาจะก้าวขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ สร้างตำนานการเป็นนักบาสเกตบอลเอเชียที่โด่งดัง ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก เหยา หมิงต้องฝึกซ้อมบาสเกตบอลวันละไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงทุกวัน จนทำให้เขาแข็งแกร่ง และมีความสามารถทัดเทียมกับผู้เล่นต่างชาติได้
ด้วยผลงานที่โดดเด่นตลอด 9 ปีใน NBA ทำให้เหยา หมิงได้รับเลือกเข้าไปอยู่ในหอเกียรติยศ Naismith Memorial Basketball Hall of Fame ในปี 2016 รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักบาสเกตบอลทั้งชาวจีนและนักกีฬาเอเชีย ที่ต้องการสานฝันไปเล่นใน NBA ให้ได้
แมนนี ปาเกียว
หากจะหานักมวยเอเชียที่ไปสร้างชื่อเสียง จนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ชื่อ “แมนนี ปาเกียว” ต้องเป็นหนึ่งในความนึกคิดของแฟนกีฬาอย่างแน่นอน
แมนนี ปาเกียว นักชกจากฟิลิปปินส์ เจ้าของฉายา The Pac Man สร้างผลงานที่หาใครเทียบได้ยากยิ่ง เขาเป็นนักมวยคนแรกของโลก ที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 8 รุ่น จาก 5 สถาบันกีฬามวยระดับโลก ด้วยส่วนสูงเพียง 166 เซนติเมตร แต่แมนนี ปาเกียว กลับมีพรสวรรค์ในการชกมวยชนิดหาตัวจับยาก
เขามีชื่อเต็มว่า “เอ็มมานูเอล ดาปิดราน ปาเกียว” เกิดในครอบครัวยากจน ในเมืองบูคิดนอน ประเทศฟิลิปปินส์ แมนนี ปาเกียวเริ่มต่อยมวยครั้งแรกเพื่อหารายได้ให้ครอบครัว โดยมีค่าตัวครั้งแรกเพียง 100 เปโซ แต่ด้วยพรสวรรค์ในเชิงมวย แถมยังมีหมัดที่หนักทั้งซ้ายและขวา จึงทำให้เขาก้าวขึ้นมาสู่การชกมวยในระดับชาติ จนในที่สุดก็สามารถคว้าแชม์โลกรุ่นฟลายเวท จากสถาบัน WBC เป็นครั้งแรก และหลังจากนั้นเจ้าตัวก็เดินหน้าสร้างชื่อเสียงจนโด่งดังระดับโลก
แมนนี ปาเกียว ได้ชื่อว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่ง และมีค่าตัวในการขึ้นชกสูงมากคนหนึ่งของโลกเช่นกัน ปัจจุบันในวัย 44 ปี ปาเกียวมักจะมีผู้จัดการแข่งขันชกมวย เชิญให้เขาไปขึ้นเวทีเพื่อชกมวยโชว์ในอีเวนต์สำคัญระดับโลกอยู่เสมอ ๆ แถมล่าสุดมีข่าวว่าเจ้าตัวจะกลับมาชกในนามประเทศฟิลลิปปินส์ในกีฬาโอลิมปิก 2024 งานนี้ต้องติดตาม!
อ่านข่าว
-ไฟต์หยุดโลก! "ปาเกียว-บัวขาว" พร้อมดวลต้นปีหน้า
-เทียบ "ปอนด์ - ปอนด์" ไฟต์ประวัติศาสตร์ "บัวขาว - ปาเกียว"
-"แมนนี ปาเกียว" เดินทางถึงไทย เซ็นสัญญาไฟต์ต่อย "บัวขาว"
ดิง จุนฮุย
กีฬาสนุกเกอร์มีต้นตำรับจากฝั่งยุโรป แต่ปัจจุบันมีนักกีฬาเอเชียที่ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อเสียงในแวดวงสนุกเกอร์โลกหลายคน หากแต่นักสนุกเกอร์เอเชียที่เป็น “ผู้บุกเบิก” เคยขึ้นไปถึงมือหนึ่งสนุกเกอร์โลกมาแล้ว ต้องยกให้เขาคนนี้ “ดิง จุนฮุย”
ดิง จุนฮุย เกิดเมื่อปี 1987 เริ่มต้นอาชีพนักสนุกเกอร์ราวปี 2003 ในช่วงปี 2014 ดิง จุนฮุย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการสนุกเกอร์โลก เมื่อเขากลายเป็นนักสนุกเกอร์ชาวเอเชียคนแรก ที่สามารถขึ้นสู่บัลลังก์มืออันดับ 1 ของโลกได้สำเร็จ
โดยตลอดการแข่งขันในปี 2014 เขาคว้าแชมป์รายการสนุกเกอร์เก็บคะแนนสะสมได้ถึง 11 รายการ และได้รองแชมป์อีก 3 รายการ ทำให้มีคะแนนสะสมรวมขึ้นเป็นมือ 1 โลก
ดิง จุนฮุย ถือเป็นนักสนุกเกอร์ที่ชาวตะวันตกให้การยอมรับในฝีมือเป็นอย่างมาก และปัจจุบันเขายังคงครองความเป็นเบอร์ 1 ของนักสนุกเกอร์เอเชีย พร้อมกับยังเดินหน้าแข่งขันในรายการต่าง ๆ และแฟน ๆ ให้การติดตามอยู่เสมอ
นาโอมิ โอซากะ
เป็นอีกหนึ่งผลผลิตนักกีฬาจากเอเชียที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก สำหรับ “นาโอมิ โอซากะ” นักเทนนิสสายเลือดญี่ปุ่น-เฮติ เธอเริ่มเป็นที่รู้จักในเวทีระดับโลก จากเอาชนะ เซเรนา วิลเลียม ในรอบชิงชนะเลิศรายการยูเอสโอเพนเมื่อปี 2018 ก่อนจะคว้าแชมป์แกรนด์สแลมอย่างออสเตรเลียโอเพนอีก 2 สมัย (ปี 2019 – 2020) และคว้าแชมป์ยูเอสโอเพนได้อีกหนึ่งสมัยในปี 2020 จนก้าวขึ้นสู่มือวางอันดับหนึ่งของโลก
นาโอมิ โอซากะ ถือเป็นนักเทนนิสชาวเอเชียคนแรกที่ครองตำแหน่งมือวางอันดับหนึ่งของโลกได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ทำรายได้มากที่สุดในโลก โดยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 8 ในบรรดานักกีฬาทั่วโลกที่มีรายได้สูงที่สุดในปี 2020 แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ต้องประสบกับปัญหาด้านสภาพจิตใจ ก่อนจะก้าวข้ามปัญหาเหล่านั้นมาได้
ปัจจุบันในวัย 25 ปี นาโอมิ โอซากะ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเทนนิสหญิงที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของโลก และกลายเป็นสัญลักษณ์ของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ ที่เต็มไปด้วยพลัง และศักยภาพอันน่ายกย่อง
อาฒยา ฐิติกุล
ปี 2565 คงไม่มีดาวรุ่งคนใดที่ได้รับการจับตามองเท่า “โปรจีน - อาฒยา ฐิติกุล” นักกอล์ฟสาวชาวไทย ด้วยวัยเพียง 19 ปี แต่สามารถคว้าแชมป์ แอลพีจีเอ ทัวร์ (LPGA Tour) ได้สำเร็จเป็นรายการแรกในชีวิต ไม่นานนัก เธอก็ซิวแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ รายการที่ 2 วอลมาร์ท เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอ แชมเปียนชิพ (Walmart NW Arkansas Championship)
ด้วยผลงานที่ร้อนแรง โปรจีน - อาฒยา เก็บคะแนนสะสมจนผงาดขึ้นเป็นมือ 1 นักกอล์ฟหญิงของโลกได้สำเร็จ นับเป็นนักกอล์ฟหญิงไทยคนที่สอง ต่อจาก โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล ที่ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มือ 1 นักกอล์ฟหญิงของโลกมาแล้ว
อาฒยา ฐิติกุล เป็นชาวราชบุรี เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 เธอเริ่มต้นเล่นกีฬากอล์ฟตอนอายุ 6 ขวบ และสร้างความฮือฮาด้วยการคว้าแชมป์กอล์ฟรายการ เลดีส์ ยูโรเปี้ยน ไทยแลนด์ แชมเปียนชิพ (Ladies European Thailand Championship) เมื่อปี 2017 ด้วยวัยเพียง 14 ปี จนกลายเป็นสถิตินักกอล์ฟอายุน้อยที่สุด ที่คว้าแชมป์รายการกอล์ฟมืออาชีพได้
ปัจจุบันในวัยเพียง 20 ปี โปรจีนยังเดินหน้าสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในนักกอล์ฟหญิงรุ่นใหม่ ที่แฟน ๆ ให้การติดตามเป็นอย่างมาก
อเลกซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์
ไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครสักคนจะก้าวขึ้นไปสู่โพเดียมผู้ชนะการแข่งขันรายการรถยนต์สูตรหนึ่ง หรือที่แฟนกีฬาเรียกติดปากว่า ฟอร์มูลาวัน แต่นักแข่งรถสายเลือดเอเชียอย่าง “อเลกซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์” สามารถทำได้
เขาเป็นนักแข่งรถยนต์ชาวไทยคนที่สองที่เข้าร่วมแข่งขันรถยนต์ชิงแชมป์โลก ระดับฟอร์มูลาวัน ต่อจากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช เมื่อกว่า 70 ปีก่อน มากไปกว่านั้น “อัลบอน” ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักแข่งสัญชาติไทยคนแรกที่ทำผลงานจนก้าวขึ้นสู่โพเดียมในการแข่งขันรถสูตรหนึ่งอีกด้วย
อัลบอนเข้าสู่โลกการแข่งขันยานยนต์ในประเภทรถคาร์ทระหว่างปี 2006 – 2011 ก่อนจะเก็บชัยชนะจนก้าวขึ้นสู่ระดับการแข่งขันที่ใหญ่ขึ้น โดยในปี 2015 – 2016 อัลบอนขยับขึ้นไปแข่งในระดับรถยนต์สูตรสาม หรือฟอร์มูลาทรี จากนั้นในปี 2017 – 2018 เขาได้เลื่อนขึ้นไปขับในระดับฟอร์มูลาทู โดยคว้าแชมป์ไปครองถึง 4 รายการ จบอันดับที่ 3 ในตารางคะแนนรวมปีนั้น
ต่อมาในปี 2020 จึงก้าวขึ้นมาสู่การแข่งฟอร์มูลาวันแบบเต็มตัว แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังมีคู่แข่งในระดับโลกที่ต้องขับเคี่ยวด้วย แต่อัลบอนก็สร้างเซอร์ไพรส์ แข่งขันจบอันดับ 3 ในรายการทัสคัน กรังด์ปรีซ์ ที่ประเทศอิตาลี และบาห์เรน กรังด์ปรีซ์ ที่ประเทศบาห์เรน ทำให้ได้รับโอกาสก้าวขึ้นสู่โพเดียมรับถ้วยรางวัล จนเมื่อจบฤดูกาล 2020 อัลบอนทำคะแนนสะสมไปได้ 105 คะแนน จบเป็นอันดับที่ 7 ของการแข่งขันรถยนต์ฟอร์มูลาวันในปีนั้น
ปัจจุบัน อัลบอนยังคงลงแข่งรถฟอร์มูลาวันในสังกัดวิลเลียมส์ เรซซิง พร้อมพุ่งทะยานไล่ล่าความสำเร็จ เป็นอีกหนึ่งนักกีฬาเอเชียที่ฟอร์มน่าจับตา และมีโอกาสพัฒนาสู่ความเป็นแชมป์
สมเกียรติ จันทรา
อีกหนึ่งในนักกีฬาเอเชียที่กำลังสร้างชื่อเสียงและเป็นที่จับตา นั่นคือ “สมเกียรติ จันทรา” นักแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ ปัจจุบันเจ้าตัวกำลังสร้างผลงานในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก คลาส โมโตทู
โดยเมื่อปี 2022 เจ้าก้อง-สมเกียรติ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง คว้าแชมป์ในสนาม Mandalica International Street Circuit ประเทศอินโดนีเซีย แถมยังเป็นคนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์โมโตทูมาครองได้สำเร็จ
ก้อง - สมเกียรติ เป็นนักกีฬาที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่เยาว์วัย เขาเป็นหนึ่งในนักแข่งของโครงการ Honda Race to the Dream ก่อนจะเข้าคัดเลือกในรายการ Asia Talent Cup ในปี 2013 โดยทำผลงานได้ดีขึ้นในทุกปี จนได้ขยับขึ้นชั้นมาแข่งในระดับโมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปียนชิป จากนั้นจึงได้ขึ้นมาแข่งในระดับโมโตทรีเต็มตัวในปี 2018 และปีถัดมา ก้องก็ขยับขึ้นมาแข่งในระดับโมโตทูอย่างรวดเร็ว
ก้อง - สมเกียรติ ตระเวนแข่งขันในรายการมอเตอร์ไซค์ระดับโมโตทู ก่อนผลงานจะพีคสุด ๆ ในปี 2022 คว้าแชมป์ครั้งแรกที่อินโดนีเซีย จากนั้นยังเข้าเส้นชัยอันดับที่ 2 ในสนามที่ประเทศอาร์เจนตินา และจบอันดับ 3 ที่สนามประเทศฝรั่งเศส รวมทั้งยังสามารถจบอันดับ 2 ที่สนามประเทศออสเตรีย ผลคะแนนรวมปิดท้ายฤดูกาล 2022 ก้องทำผลงานอยู่ในอันดับที่ 10
ฤดูกาล 2023 ก้องยังเดินหน้าสร้างผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยับไปสู่จุดหมาย นั่นคือ การแข่งขันในระดับโมโตจีพี (MotoGP) ซึ่งจะเป็นคนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เข้าแข่งขันในรายการระดับโลกนี้
กุลวุฒิ วิทิตศานต์
ฮอตสุดเวลานี้ ต้องยกให้กับนักแบดมินตันแชมป์โลกชายคนล่าสุด “วิว - กุลวุฒิ วิทิตศานต์” โดยสามารถคว้าแชมป์แบดมินตันชิงแชมป์โลก 2023 รายการ “โททัลเอนเนอร์ยีส์ บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ แชมเปียนชิพ” ที่ประเทศเดนมาร์ก มาได้
วิว - กุลวุฒิ นับเป็นนักกีฬาชาวไทยที่สามารถคว้าแชมป์โลกแบดมินตันมาครองได้เป็นรายที่ 3 หลังจากที่ “เมย์ - รัชนก อินทนนท์” เคยคว้าแชมป์โลกแบดมินตันหญิงเดี่ยวเมื่อปี 2013 และ “บาส - เดชาพล พัววรานุเคราะห์” กับ “ปอป้อ - ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย” คว้าแชมป์โลกคู่ผสมเมื่อปี 2021 มาครองได้สำเร็จ
วิวเคยเกือบจะได้แชมป์โลกมาแล้วเมื่อปี 2022 แต่ต้องพลาดท่าพ่ายไปในรอบชิงชนะเลิศ แต่กลับมาครั้งนี้ เจ้าตัวสามารถเอาชนะนักกีฬาแบดมินตันชาวญี่ปุ่นในรอบชิงชนะเลิศไปได้ เด็กหนุ่มวัย 22 คนนี้ เริ่มเล่นแบดมินตันมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และซ้อมอย่างหนักจนคว้าแชมป์แบดมินตันเยาวชนแห่งประเทศไทยตอนอายุ 13 ปี
วิวก้าวขึ้นสู่การเป็นแชมป์เยาวชนโลกได้สำเร็จตอนอายุ 16 ปี และคว้ามาได้อีกครั้งในปี 2018 กระทั่งเมื่อปี 2022 วิวเข้ารอบชิงชนะเลิศรายการแบดมินตันชิงแชมป์โลก โดยพบกับ วิคเตอร์ อเซลเซน นักแบดมินตันชาวเดนมาร์ก มือ 1 ของโลกในเวลานั้น แต่ไม่สามารถเอาชนะได้ จึงได้รับตำแหน่งรองแชมป์โลก 2022 แต่ถือเป็นนักแบดมินตันชายคนแรกในประวัติศาสตร์ของไทยที่ได้รับตำแหน่งนี้
ล่าสุด วิวทำความฝันของตัวเองได้สำเร็จ เมื่อก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์โลก 2023 พร้อมกับยึดมือวางอันดับ 4 ของโลกอยู่ในเวลานี้ ด้วยวัยเพียง 22 ปี หนทางของความสำเร็จยังอีกยาวไกล และเจ้าตัวพร้อมจะเดินหน้าไล่ล่าถ้วยแชมป์และชื่อเสียงเกียรติยศอย่างเต็มกำลัง
-อ่านข่าว คนแรกของไทย "กุลวุฒิ" คว้าแชมป์โลกแบดมินตันชายเดี่ยว
ซน ฮึงมิน
อาจกล่าวไม่เกินจริงไปนักว่า “ซน ฮึงมิน” คือนักฟุตบอลเอเชียที่ดีที่สุดตลอดกาล ปัจจุบันเขาคือซูเปอร์สตาร์ในแวดวงฟุตบอลระดับโลกอย่างเต็มตัว
นักเตะสายเลือดเกาหลีใต้คนนี้ มีผลงานอันโดดเด่นร่วมกับสโมสรทอตแนม ฮอตสเปอร์ส ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จนทำให้ฤดูกาลล่าสุดนี้ เขาได้รับโอกาสสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม
แต่กว่าจะกลายเป็นนักเตะชั้นนำระดับโลก ในวัยเด็ก ซน ฮึงมิน ต้องซ้อมฟุตบอลอย่างหนักหน่วง จากการคุมเข้มของคุณพ่อ เขาต้องฝึกใช้เท้าทั้งสองข้างยิงประตูเป็นพัน ๆ ลูก ฝึกกระโดดเชือกอีกเป็นพัน ๆ ครั้ง รวมทั้งต้องออกกำลังให้ร่างกายแข็งแกร่ง
ซน ฮึงมินฝึกซ้อมอย่างหนักเป็นเวลา 6 ชั่วโมงต่อวันเป็นเวลาหลายปี จนมีโอกาสได้ก้าวไปเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรฮัมบวร์กในประเทศเยอรมนี ความสามารถของเขาเริ่มฉายแวว จนต่อมาได้ย้ายไปเป็นนักเตะอาชีพเต็มตัวที่สโมสรไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ในเยอรมนี
หลังฝีกปรือฝีเท้าอยู่ที่เยอรมนี 8 ปี เขาได้รับโอกาสย้ายมาเล่นในลีกที่ดีที่สุดของโลกอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยมีสโมสรทอตแนม ฮอตสเปอร์ส ดึงตัวเข้ามาร่วมทีม และซน ฮึงมิน ก็ไม่ทำให้ทีมผิดหวัง เขาโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นเป็นลำดับ จนกลายเป็น “ตัวหลัก” ช่วยผลิตประตู และสร้างให้ทีมจบในอันดับที่ดีในลีกมาหลายฤดูกาลติดต่อกัน
ซน ฮึงมิน ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำจากพรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2021-2022 ซึ่งถือเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ เขายังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งเอเชียอีกหลายสมัยด้วยกัน ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ คือการการันตีถืงความสามารถ และช่วยยืนยันเป็นอย่างดีว่า นี่คือนักเตะสายเลือดเอเชียที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของโลกในเวลานี้ และเป็นความภาคภูมิใจของชาวเอเชียทุกคนด้วยเช่นกัน
ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของ “นักกีฬาเอเชีย” ที่โชว์สามารถด้านกีฬาให้โลกได้ประจักษ์ เหนือสิ่งอื่นใด คือการฝึกฝนและความพยายาม เพื่อไปให้ถึงยังเป้าหมาย นับเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจที่ดีให้กับทุกคน