เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2566 ตามเวลาท้องถิ่นประเทศเอกวาดอร์ (เวลาต่างจากประเทศไทย 12 ชั่วโมง) สำนักข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุลอบสังหารผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเอกวาดอร์ พรรคสมัชชาแห่งชาติ "เฟอร์นันโด วิลลาวิเซนซิโอ" วัย 59 ปี ระหว่างการรณรงค์หาเสียงที่กรุงกีโต เมืองหลวงของเอกวาดอร์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 10 วันก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกในวันที่ 20 ส.ค.2566

สมาชิกในทีมหาเสียงของ วิลลาวิเซนซิโอ บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า ขณะที่แคนดิเดตประธานาธิบดีจากพรรคสมัชชาแห่งชาติ กำลังเข้าไปนั่งที่เบาะหลังรถ ก็มีชายคนหนึ่งก้าวไปข้างหน้าและยิงบริเวณศีรษะ
พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า เขาได้ยินเสียงปืนอย่างน้อย 12 นัด และขณะเกิดเหตุมีผู้คนจำนวนมากก้มตัวลงหลบเสียงปืน
จากนั้นหน่วยรักษาความปลอดภัยยิงตอบโต้กับผู้ก่อเหตุ และถูกวิสามัญในเวลาต่อมา

ตำรวจได้รับบาดเจ็บขณะเกิดเหตุ
ตำรวจได้รับบาดเจ็บขณะเกิดเหตุ
เหตุโกลาหลครั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 6 คนที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารครั้งนี้
มีรายงานว่า การรักษาความปลอดภัยของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเพิ่มมากขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ วิลลาวิเซนซิโอ และสมาชิก เชื่อว่าถูกข่มขู่คุกคามมาหลายครั้ง เชื่อว่าการกระทำมาจากหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติด
ทางด้าน ปธน.เอกวาดอร์ กิเยร์โม ลาสโซ ประณามการก่อเหตุรุนแรงครั้งนี้ว่า ขณะนี้ความรุนแรงและอาชญากรรมได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในประเทศอเมริกาใต้ พร้อมให้คำมั่น เหตุการณ์นี้ต้องจับตัวผู้ก่อเหตุ และจัดการกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเอกวาดอร์ ไมเคิล เจ.ฟิตซ์แพทริก ทวีตข้อความบน X ว่า "ตกใจอย่างยิ่ง" ต่อการลอบสังหาร และยกย่อง วิลลาวิเซนซิโอ ว่าเป็น "ผู้ต่อสู้กับอาชญากรทุจริตและยาเสพติดที่สร้างความเสียหายให้กับเอกวาดอร์อย่างแท้จรอง" พร้อมประณามการโจมตีดังกล่าว และเสนอความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการสอบสวน
วิลลาวิเซนซิโอ เคยแสดงความคิดเห็นที่เข้มข้น เกี่ยวกับการทุจริตและความรุนแรงที่เกิดจากการค้ายาเสพติดในประเทศ เขาให้สัมภาษณ์กับ CNN ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาว่า
เอกวาดอร์กลายเป็น "รัฐยาเสพติด" ขณะนี้เขาเสนอให้เป็นผู้นำการ ต่อสู้กับสิ่งที่เขา เรียกว่า "มาเฟียการเมือง"
เอกวาดอร์ เคยได้ชื่อว่าเป็น "เกาะแห่งสันติภาพ" แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศในแถบอเมริกาใต้กลับมีรายงานอัตราการฆาตกรรมที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าเอกวาดอร์จะไม่มีประวัติการผลิตโคเคนหรือโคคาที่เป็นส่วนประกอบหลัก แต่ภูมิประเทศก็อยู่กึ่งกลางระหว่างแหล่งผลิตยาเสพติดรายใหญ่ที่สุด 2 แห่งของโลก ได้แก่ เปรูและโคลอมเบีย เอกวาดอร์จึงกลายเป็นส่วนสำคัญในเส้นทางการค้าโคเคนที่ร่ำรวยจากอเมริกาใต้ไปยังอเมริกาเหนือและยุโรป
ที่มา : BBC, CNN