กรณีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับน.ส.ปุ๊ก อายุ 29 ปีที่อ้างตัวเป็นแม่รับดูแลเด็กอายุ 4 ขวบ 2 คน ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจากอาการป่วยด้วยโรคเรนินโนม่าห์ และต้องโพสต์ขายสินค้าทางออนไลน์ รวมทั้งขอรับเงินบริจาคเพื่อนำเงินไปรักษาเด็กทั้งสองคน
แต่เมื่อต้นปีนี้ หญิงคนนี้ได้โพสต์ขายหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ที่ใช้ในช่วง COVID-19 โดยใช้รูปภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่ต้องรับการรักษา เมื่อมีผู้ตัดสินใจซื้อ และโอนให้ แต่กลับไม่ได้สินค้า จึงแจ้งความให้ตำรวจสืบสวน กระทั่งถูกออกหมายเรียก

เด็กป่วยจากการกินสารพิษ-รอเทียบสารเคมีในบ้าน
พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รองผกก.4 บก.ป กล่าวว่า ตำรวจยังได้ตรวจสอบอาการเจ็บป่วยของเด็กชาย กับแพทย์พบว่าไม่ได้ป่วยจริง แต่เกิดจากได้รับสารพิษ มีอาการลักษณะเดียวกันกับผู้ที่ได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายด้วยการกิน ซึ่งจากการตรวจสอบร่างกาย และชิ้นเนื้อเด็กอย่างละเอียด พบว่าได้รับสารพิษประเภทสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
แพทย์พบว่าความเจ็บป่วยของเด็กที่ได้รับทุกข์ทรมาน อาการของเด็กเข้ากันได้ หรือเป็นอาการรับสารพิษจากการกิน จึงนำมาสู่การรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลเพื่อขอหมายจับมาดำเนินคดี
นอกจากนี้การตรวจค้นในบ้านพักย่านดอนเมือง ยังพบสารเคมีต้องสงสัยที่คาดว่านำมาให้เด็กกินเพื่อให้มีอาการ ขณะนี้กำลังส่งตรวจอยู่ว่าเป็นสารเคมีชนิดเดียวกันที่ตรวจพบในร่างกายหรือไม่

ตรวจสอบเส้นทางการเงินรับบริจาค 15 ล้านบาท
สำหรับเงินในบัญชีที่ตรวจสอบ พบว่าเป็นบัญชีของบุคคลอื่นที่ผู้ต้องหานำมาใช้ และมีเงินเคลื่อนไหวในบัญชีมากกว่า 15 ล้านบาท การรับบริจาคเงินของหญิงคนนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 โดยเด็กหญิงคนแรกที่ถูกนำมาโพสต์รับบริจาคเงินเสียชีวิตไปเมื่อเดือนส.ค.2562 ส่วนเด็กชายอีกคน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือให้อยู่ในความดูแลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แล้ว
ผู้ต้องหาอ้างว่าเด็กที่อยู่ในความดูแลนั้น ไปรับเลี้ยงมาจากแม่วัยรุ่นที่ไม่พร้อมเลี้ยง และส่วนเด็กชายคนที่รอดชีวิตอ้างว่าเป็นลูกของตัวเอง
ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำระหว่างรอส่งฟ้อง และถูกแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ถึงแก่ความตาย พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ ตรองไว้ก่อน ค้ามนุษย์ และฉ้อโกงประชาชน เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม่วัย 29 ปีรับสารภาพฉ้อโกง แต่ปฏิเสธทำร้ายลูก