วันนี้ (3 เม.ย.2568) มีรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ถูกบรรจุไว้ในวาระประชุมสภาฯ วันนี้ เป็นเรื่องด่วนลำดับที่ 15 แต่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า วาระอยู่ลำดับท้าย คาดว่ายังไม่ถึงการพิจารณาในสัปดาห์นี้ เนื่องจากมีญัตติด่วนเรื่องเหตุการณ์แผ่นดินไหวเสนอแทรก และการเลื่อนวาระกฎหมายจะมีผลในการประชุมครั้งถัดไปตามข้อบังคับ
ขณะที่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงสะท้อนจากพื้นที่สำคัญอย่างพัทยา จ.ชลบุรี และ จ.ตรัง ที่มองเห็นทั้งโอกาสและข้อกังวลของกฎหมายนี้
พัทยาพร้อมรับ ดึงนักลงทุน-นักท่องเที่ยว
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี สนับสนุนร่างกฎหมายนี้ โดยเห็นว่าพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีความพร้อม ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน โรงแรม ร้านอาหารและชายหาด หากมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เข้ามาจะช่วยเพิ่มทางเลือกใหม่ให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกิจกรรมบันเทิงสำหรับครอบครัว เช่น สวนน้ำ คอนเสิร์ต หรือโชว์ระดับโลก โดยกำหนดพื้นที่สำหรับกาสิโนไม่เกินร้อยละ 10 เท่านั้น
ถ้าได้ตรงนี้มีมาเสริม ก็จะได้กลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสนใจติดตามมาดูศิลปินที่ชื่นชอบ หรือแม้แต่โชว์ระดับโลก ทำให้คนเข้าถึงได้มากเหมือนที่ลาสเวกัสหรือสิงคโปร์
ขณะที่ภาคธุรกิจ นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ เลขานุการสมาคมอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา มองว่า เป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดการท่องเที่ยว รองรับทั้งกลุ่มที่มองหากาสิโนอย่างถูกกฎหมาย และกลุ่มครอบครัวที่ต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมย้ำว่าหากมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น กำหนดฐานะทางการเงินของผู้เล่น ก็จะช่วยลดผลกระทบเชิงลบได้
"ตรัง" เสนอโมเดลใหม่ กระจายสู่พื้นที่ชายแดน-ห่างไกล
ด้านนายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดอันดามัน เสนอให้รัฐบาลพิจารณากระจายการพัฒนาเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไปยังพื้นที่ห่างไกล เช่น จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังขาดโอกาสด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ที่มีศักยภาพเชื่อมโยงการเดินทางกับฝั่งมาเลเซีย ผ่านเส้นทางรถไฟ ECRL ที่จะสิ้นสุดที่เมืองโกตาบาลู ห่างจากชายแดนไทยเพียง 30 กิโลเมตร
พื้นที่เป้าหมายที่ถูกพูดถึงในกลุ่มภาคเอกชน ได้แก่ จ.นราธิวาส (สุไหงโกลก), จ.สตูล, จ.ตรัง (เขตชายแดนทางทะเล), และพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันตกติดเมียนมา ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ได้ หากมีการวางระบบควบคุมที่รัดกุมและยั่งยืน
ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุถึงพื้นที่เป้าหมายสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทย คือ 1.ท่าเรือคลองเตย กรุงเทพฯ 2.บางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ 3.พื้นที่ EEC ภาคตะวันออก 4.จ.เชียงใหม่ และ 5.จ.ภูเก็ต
อ่านข่าว
มูลนิธิฯ หยุดพนัน ชี้ตีเช็คเปล่า "ร่างกฎหมายกาสิโน"
“ชูศักดิ์” บอกรัฐบาลไม่ได้รีบ ดันร่างฯ กาสิโน เข้าสภาฯ ก่อนปิดวันเดียว
สะเทือนทั้งโลก "สหรัฐฯ" เคาะตัวเลขภาษีตอบโต้คู่ค้า ไทยโดน 36%