วันนี้ (4 เม.ย.2568) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในการประชุมนัดแรกของคณะทำงานคดีพิเศษ ผู้รับผิดชอบคดีตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พังถล่ม ได้กำหนดแนวทางในการสืบสวนสอบสวน
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ประเด็นที่เข้าข่ายในความผิดนอมินี เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบยังบ้านพักของนายประจวบ ซึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่ 120,000 หุ้น พบอยู่ในพื้นที่โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด แต่ไม่พบนายประจวบ ภรรยาให้ข้อมูลว่า นายประจวบ ออกจากบ้านไป 2-3 วันยังไม่ได้กลับบ้าน
ส่วนรายได้ พบว่านายประจวบ มีเงินเดือน 10,000 กว่าบาท และไม่เคยพูดถึง อาคาร สตง. หลังเกิดเหตุการณ์อาคารถล่มแต่อย่างใด ซึ่งจากข้อมูลนี้ ไม่สอด คล้องกับการที่เข้าไปถือหุ้นในนิติบุคคลหลาย ๆ แห่ง จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ที่น่าเชื่อได้ว่า เป็นการถือหุ้นอำพราง หรือเป็นนอมินี
จากการสอบสวนภรรยาของนายประจวบ บอกว่ามีรายได้จากงานก่อสร้างแค่ 10,000 บาท ไม่สอดคล้องกับการไปถือหุ้นนิติบุคคลและรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวน
อ่านข่าว พบอีก 2 ร่างตึกสตง.ถล่ม ประเมินซาก 4 หมื่นตัน 2 เดือนย้ายจบ

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
อธิบดีดีเอสไอ ระบุ ด้วยว่าคดีนี้ยังมีความผิดอื่นพิจารณาควบคู่ไปด้วยคือความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือฮั้วประมูล ซึ่งจะพิจารณาด้วยว่าคนไทยที่เข้าไปถือหุ้นนั้น เป็นการถือหุ้นโดยอำพรางหรือไม่ ซึ่งผู้ถือหุ้นต้องพิสูจน์ตัวเองในประเด็นนี้ด้วย รวมไปถึงกรรมการผู้ถือหุ้นชาวไทย 2 คน คือ นายโสภณ มีชัย และ นายมานัส ศรีอนันท์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวเช่นเดียวกัน
คณะทำงานคดีพิเศษ ยังตรวจสอบพบสัญญารับเหมาก่อสร้าง ที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมค้าและได้รับงานจากภาครัฐ ตั้งแต่ปี 2562-2567 ด้วย ซึ่งพบว่ามีถึง 29 สัญญา ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดสัญญาในทุกโครงการ
อ่านข่าว
เปิดสาแหรก “นอมินีทุนจีน” ความลับในตึก สตง.
"ทวี” มั่นใจคดีตึกสตง.ถล่มยึดพยานหลักฐานบล็อกคนเอี่ยวหนี