วันนี้ (28 ก.พ.2568) สำนักข่าว Reuters รายงานท่าทีของต่างประเทศต่อกรณีประเทศไทย ส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวที่ประเทศไทยมานานกว่า 11 ปีกลัยประเทศจีนเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมาว่าอาจการละเมิดกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ประณามการส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีน โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าสมาชิกกลุ่มมุสลิมดังกล่าวเผชิญกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ความเคลื่อนไหวของไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติจะเตือนไม่ให้ส่งตัวชาวอุยกูร์ที่รัฐบาลไทยควบคุมตัวไว้มานานกว่าทศวรรษกลับประเทศ
อ่านข่าว OHCHR กังวลปมไทยส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน ห่วงความปลอดภัย
โดยเตือนว่า หากพวกเขาถูกส่งตัวกลับ พวกเขาอาจเสี่ยงต่อการถูกทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย และอันตรายที่ไม่สามารถแก้ไขได้
ขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการที่ไทยบังคับส่งตัวชาวอุยกูร์อย่างน้อย 40 คนกลับจีน ซึ่งพวกเขาขาดสิทธิในกระบวนการยุติธรรม และชาวอุยกูร์ต้องเผชิญกับการข่มเหง บังคับใช้แรงงาน และทรมาน
รูบิโอ เป็นผู้สนับสนุนไม่ให้ส่งกลับชาวอุยกูร์ ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ การปฏิบัติของปักกิ่งต่อกลุ่มดังกล่าวเท่ากับเป็น "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ" ซึ่งเป็นคำเรียกที่สหรัฐฯ เลือกใช้เป็นครั้งแรกในช่วงท้ายของวาระแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในปี 2564
ขณะที่สำนักข่าว BBC รายงานว่า เดวิด แลมมี่ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของไทย ขณะนี้ มีชาวอุยกูร์ประมาณ 12 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการว่า เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ (XUAR)
สำหรับความกังวลเกี่ยวกับการส่งตัวกลับชาวอุยกูร์ เกิดขึ้นหลังมีรายงานและภาพถ่ายของสื่อเผยให้เห็นรถหลายคันที่ติดเทปสีดำปิดกระจกหน้าต่างออกจากศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพ ซึ่งเป็นสถานที่กักขังชาวอุยกูร์ 48 คน ส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ลี้ภัยจากจีนจำนวน 300 คน และถูกจับกุมในปี 2557 โดยบางส่วนถูกส่งกลับจีน และบางส่วนถูกส่งไปตุรกี ส่วนที่เหลือถูกควบคุมตัวอยู่ในความดูแลของไทย
จากนั่นไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เวลา 04.48 น.ของวันที่ 27 ก.พ. เที่ยวบินนอกตารางเวลาของสายการบิน China Southern Airlines ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อลงจอดที่เมือง Kashgar ในเขตซินเจียงของจีน ในอีก 6 ชม.ตามข้อมูล Flightradar24
อ่านข่าว รัฐบาลยันส่ง "อุยกูร์" กลับจีนตามกฎหมาย-สมัครใจ

การส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีนท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ประนาฌไทย
การส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีนท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ประนาฌไทย
นอกจากนี้ สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ยังออกแถลงการณ์สถานทูตสหรัฐอเมริกา ผ่าน U.S. Embassy Bangkok กรณีไทยผลักดันชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนอีกด้วย ระบุว่า ขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อกรณีที่ไทยผลักดันชาวอุยกูร์อย่างน้อย 40 คนกลับประเทศจีน ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในประเทศที่ตนไม่มีสิทธิเข้าถึงกระบวนการอันควรตามกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่ชาวอุยกูร์เคยถูกข่มเหง บังคับใช้แรงงาน และทรมาน
ในฐานะพันธมิตรอันยาวนานของไทย เรารู้สึกตระหนกกับการกระทำนี้ ซึ่งอาจขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศของไทยภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ
นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมานานของชาวไทยในการปกป้องกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุด รวมถึงความมุ่งมั่นของไทยที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอีกด้วย เราเรียกร้องรัฐบาลของทุกประเทศที่ชาวอุยกูร์เข้าไปอาศัยความคุ้มครอง ให้ไม่ผลักดันกลุ่มชาติพันธุ์อุยกูร์กลับประเทศจีน
จีน ภายใต้การกำหนดทิศทางและการควบคุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยส่วนใหญ่มุ่งไปที่ชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นมุสลิม ตลอดจนชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และศาสนากลุ่มอื่นในซินเจียง เราขอให้ทางการจีนเปิดให้มีการตรวจสอบโดยถี่ถ้วนและสม่ำเสมอ เพื่อยืนยันถึงสวัสดิภาพของชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับ รัฐบาลไทยต้องเรียกร้องให้ทางการจีนคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ รวมทั้งต้องพิสูจน์การดำเนินการดังกล่าวอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง