วันนี้ (16 ก.พ.2565) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานสมาคมเอดส์สากล ระบุว่าผู้ป่วยชาวนิวยอร์ก ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคน ผู้มีหลายเชื้อชาติ และป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย กลายเป็นคนแรกที่หายจากการติดเชื้อเอชไอวี หลังได้รับเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์จากเลือดในรกเด็ก ทำให้ไม่พบเชื้อเอชไอวีในร่างกายนาน 14 เดือน โดยที่ไม่ต้องรับยาต้านร่วมกันหลายตัว ซึ่งเป็นวิธีรักษาเอชไอวีตามปกติ
นอกจากนี้ ผู้ป่วยหญิงคนดังกล่าว ยังถือเป็นผู้หญิงคนแรก และเป็นผู้ป่วยคนที่ 3 ของโลก ที่หายจากเอชไอวี หลังจากผู้ป่วย 2 คนก่อนหน้านี้ เป็นชายผิวขาว และชายเชื้อสายละติน ได้รับเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้ใหญ่ ซึ่งมักใช้ในการปลูกถ่ายไขกระดูก
ผู้ป่วยหญิงคนนี้ได้รับการวินิจฉัยว่า ติดเชื้อเอชไอวีเมื่อปี 2556 และป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเมื่อปี 2560 ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มองว่า วิธีการรักษาที่ใช้กับหญิงคนนี้ ถือเป็นแนวทางใหม่ที่จะช่วยรักษาผู้ป่วยได้ในวงกว้างมากขึ้นกว่าเดิม