นอกจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทยแล้ว ยังได้พบปะกับ “เจ้าถิ่น” ตัวจริง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเป็น “ครูใหญ่” ของพรรคค่ายสีน้ำเงินด้วย
งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ เพราะมีระดับผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้บริหารท้องถิ่นสำคัญๆ เข้าร่วม ถือเป็นที่ชุมนุมผู้มีบทบาทในการพัฒนาขับเคลื่อนประเทศ ในระดับภูมิภาคและท้องถิ่น
หลังจากนายกฯ กล่าวมอบนโยบายเสร็จ นายเนวิน ได้นำเดินพา น.ส.แพทองธาร เดินชมทั้งภายในอินดอร์ฯ และพาออกไปยังอัฒจันทร์รับชมการแข่งขัน ก่อนจะเปิดห้องประชุมหารือพร้อมกับนายนอนุทิน ประมาณ 10 นาที ก่อนจะเดินไปส่ง นายกฯ เดินทางกลับกรุงเทพฯ
เป็นการพบกันครั้งที่ 2 ที่ จ.บุรีรัมย์ เมืองหลวงของพรรคภูมิใจไทย ภายในเวลาเพียงครึ่งเดือน ไม่นับรวมก่อนหน้านั้น วันที่ 2 มีนาคม นายอนุทิน เป็นคนเปิดเผยกับสื่อว่า ทั้งตัวเขา นายเนวิน และ น.ส.แพทองธาร ได้พบกันมาแล้วที่บ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมเจ้าของบ้าน นายทักษิณ ชินวัตร
ถือเป็นพบปะหารือของ 4 คนใหญ่ทางการเมือง ในช่วงสถานการณ์ทางการเมืองยังอึมครึมหลายเรื่อง และการถูกวิเคราะห์จากวงนอกว่า เกิดจากปัญหาขัดแย้งไม่ลงรอยกัน ระหว่าง 2 พรรคหลักรัฐบาล พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
ทั้งเรื่องฮั้วเลือก สว. เรื่องกระแสกดดันให้ สว.เปลี่ยนสีเสื้อ เรื่องต่อสัญญาโมโตจีพี และเป็นช่วงนับถอยหลังสู่ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และแม้นายอนุทินจะอ้างว่า เป็นการหารือปกติที่มีประจำทุกเดือน หารือกันหลายเรื่อง หลักๆ คือ เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเรื่องนโยบายรัฐบาล ทั้งเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และพนันออนไลน์
แต่ปฏิเสธไม่ได้คุยเรื่องโมโตจีพี แต่กูรูทางการเมืองกลับไม่เชื่อว่าจริงทั้งหมด เพราะถัดมาคดีฮั้วเลือก สว.ก็เริ่มคลี่คลาย โดยดีเอสไอเข้าไปทำเฉพาะคดีฟอกเงิน แต่การทุจริตเลือกตั้งยังเป็นเรื่องของ กกต.
ถือเป็นการพบกันครึ่งทาง ไม่มีใครหน้าแตก ส่วนเรื่องโมโตจีพี แม้ช่วงแรก ๆ จะยังคงปฏิเสธ แต่สุดท้าย นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก็พูดชัดเจนว่า การจัดแข่งขันทั้งเอฟ-วัน และโมโตจีพี ล้วนสร้างชื่อเสียงและทำรายได้ให้กับประเทศทั้งสิ้น และรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน
แทบจะถือว่าจบข่าว เพราะประสานประโยชน์ลงตัว ทั้งในศึกซักฟอก เสียงฝ่ายรัฐบาลยังคงเป็นเอกภาพ และเรื่องปรับคณะรัฐมนตรีที่เชื่อว่าจะมีขึ้นในอีกไม่นานนัก จะเป็นเพียงปรับของแต่ละพรรค ไม่มีข้ามพรรค และเก้าอี้รัฐมนตรีมหาดไทย ยังจะคงเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย
เพราะมหาดไทยเป็นกระทรวงที่สำคัญ คุมกลไกรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งผู้บริหารท้องถิ่นในทุกระดับ และจะมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้ง เห็นได้จากเลือกตั้ง อบจ.ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ส่งหัวหน้าพรรคหรือแกนนำพรรคไปช่วยผู้สมัครคนใดหาเสียงเลย แต่คนที่เชื่อว่ามีคอนเนคชั่นกับพรรค ชนะนายก อบจ.ถึง 9 จังหวัด เป็นรองเพียงพรรคเพื่อไทย ที่ใช้ผู้ช่วยอย่างนายทักษิณ กลับได้นายก อบจ.เพียง 10 จังหวัด
แม้ในอนาคต สำหรับการเลือกตั้ง สส.ครั้งหน้า 2 พรรคนี้จะยังคงเป็นคู่แข่งหลักในหลายพื้นที่ แต่ปัจจุบัน ยังคงความสัมพันธ์ที่แนบแน่น พึ่งพาและสนับสนุนซึ่งกันและกัน อย่างน้อยที่สุด จนสิ้นสุดรัฐบาลนี้ก่อน ขณะที่พรรคประชาชน ถือเป็น “จระเข้ขวางคลอง” ที่สำคัญเช่นกัน
จึงน่าสนใจว่า ทั้ง 3 พรรค 3 ขั้ว เพื่อไทย-ประชาชนและภูมิใจไทย จะมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์พรรคจากนี้อย่างไร เพื่อรับมือเลือกตั้งสส.ครั้งหน้า เพราะผลจากนิด้าโพล คะแนนนิยมนายกฯ น.ส.แพทองธาร สูงกว่าคะแนนพรรค แต่คะแนนพรรคประชาชน สูงกว่าคะแนนบุคคล ขณะที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทินประกาศจะสู้ศึกครั้งหน้าอีกสมัยเดียว จากนั้นจะวางมือ เปิดทางให้คนรุ่นใหม่ โดยมีทายาทจาก “บ้านใหญ่” บุรีรัมย์ของจริง รอคอยโอกาสอยู่
แต่เบื้องต้นเฉพาะหน้า ให้จับตา ร่าง พ.ร.บ.กฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่จ่อเข้าสภาวาระ 1 ก่อนปิดสมัยประชุมให้ดี เพราะจุดยืนและความเห็นที่แตกต่างกันครั้งก่อน ระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทยตอนนี้หายไปแล้ว หลังจากในร่างแก้ไขใหม่ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายร่วมกัน จากเดิมเป็นนายกฯ คนเดียว
นอกจากนี้ ยังจะมีร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนันออนไลน์ เพิ่มบทลงโทษคนเล่นที่มหาดไทยเป็นผู้เสนอ และกฎกระทรวงเรื่องพนันประเภท ข. รองรับพนันทายผลฟุตบอล กีฬามวย ต่อไปจะถูกต้องตามกฎหมายอีกต่างหาก
ถือเป็นการลงตัว วิน ; วิน ทั้ง 2 พรรค
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว : “สมชาย” ล่าชื่ออดีต สว.กว่า 200 คน ค้านร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ
ส่องเบื้องหลังเยือนไทย "ผู้นำทหารเมียนมา" ประชุม BIMSTEC
เปิดชื่อคนจีนร่วมชายคา ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย)