วันนี้ (27 มี.ค.2568) นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ชาวบ้านและพระสงฆ์ บ้านเจดีย์งาม ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ขุดพบโบราณสถานบริเวณที่นาของชาวบ้านซึ่งถูกเวนคืนในการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ นั้น

สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้เข้าตรวจสอบพบว่าโบราณสถานดังกล่าว คือ โบราณสถานบ้านเจดีย์งาม (ธาตุนกแซว) คาดว่ามีอายุในสมัยล้านนา ทั้งนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้เป็นเจ้าของโครงการฯ ซึ่งมีหน้าที่สำรวจโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีของพื้นที่ก่อสร้างทางรถไฟตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ไม่ได้รายงานเรื่องการพบโบราณสถานดังกล่าวให้กรมศิลปากรทราบ
กรมศิลปากร มีหนังสือแจ้งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบที่ระบุไว้ในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างเคร่งครัด เพื่ออนุรักษ์โบราณสถานไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญ และให้หยุดการก่อสร้างบริเวณที่พบโบราณสถานบ้านเจดีย์งาม ไว้จนกว่าการปฏิบัติงานโบราณคดีเร่งด่วน และการหาแนวทางร่วมกันเพื่อลดผลกระทบด้านโบราณคดีประวัติศาสตร์ที่เหมาะสมจะได้เสร็จสิ้นลง

สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ยังได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวกับบริษัทผู้ก่อสร้างในพื้นที่แล้ว โดยผู้รับจ้าง ยืนยันว่าต่อไปจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งการพบโบราณสถานระหว่างการก่อสร้าง ต้องประสานงานกับหน่วยงานของกรมศิลปากรพื้นที่ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงแผนและระยะเวลาก่อสร้าง หากพบหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ใด ๆ ให้หยุดดำเนินโครงการในบริเวณนั้นทันที และแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็วที่สุด

สำหรับโบราณสถานบ้านเจดีย์งาม ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา มีสถานะเป็นโบราณสถานที่ยังไม่ประกาศขึ้นทะเบียน แต่มีผลตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535
ขณะนี้ได้เก็บรักษาชิ้นส่วนโบราณสถานที่พบไว้ที่วัดเจดีย์งาม ซึ่งสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและให้คำแนะนำในการเก็บรักษาและอนุรักษ์ โดยได้ชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงข้อกฎหมายตาม พรบ.โบราณสถาน เพื่อมิให้มีการบุกรุกหรือขุดค้นอีกต่อไป
กรมศิลปากรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ไม่ให้โบราณสถานเสียหาย ในขณะเดียวกันการพัฒนาประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปได้
อ่านข่าว : ชง “พระปรางค์ วัดอรุณฯ” สู่บัญชีชั่วคราว ดันขึ้นทะเบียนมรดกโลก