ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"เผด็จการสร้างชาติ" ประชาชน "อาวรณ์" ผู้นำเข้มแข็ง-เศรษฐกิจรุ่ง

การเมือง
28 ก.พ. 68
14:12
262
Logo Thai PBS
"เผด็จการสร้างชาติ" ประชาชน "อาวรณ์" ผู้นำเข้มแข็ง-เศรษฐกิจรุ่ง
อ่านให้ฟัง
10:52อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
หากย้อนทำความเข้าใจการพัฒนาเศรษฐกิจในอดีต จะพบว่า บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า เม็ดเงินไหลเข้าประเทศมหาศาล ส่วนใหญ่แล้ว เกิดขึ้นในยุคสมัยต "เผด็จการ" หรือ "อำนาจนิยม" อย่างเหลือเชื่อ

แม้ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 จะพ้นจากตำแหน่งไปนานกว่า 2 ปีแล้ว และยังคงออกปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งองคมนตรี แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในโลกแห่งโซเชียล และหน้าฟืด ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงโหยหาอยากให้กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อนโยบาย "คนละครึ่ง" เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ทั้ง ๆที่ระหว่างอยู่ในตำแหน่งนายกฯถูกก่นด่าและขับไล่ให้พ้นเก้าอี้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ?

โดยภาพลักษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ คือ ตัวแทนของอำนาจเผด็จการ กล้าโต้ตอบกับนักข่าวแบบ "โนสน-โนแคร์" ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจในยุคนั้น ค่อนข้างจะถอย แต่เมื่อเปรียบกับยุคนี้กลับถอยหลังลงคลองมากยิ่งกว่า

จากวิกฤตครั้งใหญ่ เศรษฐกิจไทย เติบโต ต่ำมาก ๆ อยู่ในอัตราร้อยละ 2.8 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (2024) ในอัตราร้อยละ 0.3 สวนทางกับเพื่อนบ้านอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม ที่เติบโตร้อยละ 6.6 มาเลเซีย เติบโตร้อยละ 4.6 หรือแม้กระทั่ง กัมพูชา ก็เติบโตมากถึงร้อยละ 6 ในระยะเวลา 2 ปีติดต่อกัน

หลายคนจับโยงเศรษฐกิจ เข้ากับ "ความเป็นประชาธิปไตย" โดยเห็นว่า "ยุคที่บ้านเมืองดี" คือ ความศิวิไลซ์ ผู้นำจะทำตามเสียงเรียกร้องของประชาชนอย่างแท้จริง มีการตรวจสอบถ่วงดุลที่เป็นธรรม นักการเมืองเปี่ยมศีลธรรมจรรยา ไม่คดโกงฉ้อฉล จะทำให้เศรษฐกิจเจริญก้าวหน้าดังนานาอารยประเทศ นับเป็นดินแดนอุตมรัฐอย่างแท้จริง

อ่านข่าว: "ประชาธิปไตยวัดดวง" เลือกตั้งสุ่ม ใต้อำนาจรัฐ "เท่าเทียม"

อย่างไรก็ตาม หากย้อนทำความเข้าใจการพัฒนาเศรษฐกิจในอดีต จะพบว่า บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า เม็ดเงินไหลเข้าประเทศมหาศาล ส่วนใหญ่แล้ว เกิดขึ้นในยุคสมัย "เผด็จการ" หรือ "อำนาจนิยม" อย่างเหลือเชื่อ

สถิติ "เผด็จการ+อำนาจนิยม" สร้าง "ความมั่งคั่ง" ประชาชน

บทความวิจัย Systemic Vulnerability and the Origins of Developmental States เขียนโดย Richard F. Doner, Bryan K. Ritchie และ Dan Slater เสนอว่า การพัฒนาเศรษฐกิจที่ดีที่สุด สัมพันธ์กับระบอบการปกครองที่มีความแข็มแข็งของฝ่ายบริหารระดับสุดยอด ซึ่งหนีไม่พ้น "เผด็จการ" และ "อำนาจนิยม" หรือที่เรียกกันในภาษาวิชาการว่า "Developmental State"

Richard F. Doner, Bryan K. Ritchie และ Dan Slater อธิบายเพิ่มเติมว่า เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้รัฐเผด็จการหรืออำนาจนิยมสามารถสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจได้ ในช่วงเวลาสงครามเย็น ส่วนหนึ่งมาจาก "การต่อต้านภัยคอมมิวนิสต์" ที่กำลังรุกคืบอย่างต่อเนื่อง ด้วยความคิดปลดแอก โค่นล้มการปกครอง ทำนารวมกันให้หมด รัฐบาลจึงต้องมี "กระบวนการคิดและการตัดสินใจ" บนฐานของ "ความมั่นคง" คือ ต้องทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม จะได้ไม่ถูก "ภัยแดง" ล้างสมองไปสิ้น

ที่มา: WikiMedia

ที่มา: WikiMedia

ที่มา: WikiMedia

เมื่อมีแรงกดดันจากภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ รัฐบาลจะไม่คำนึงถึง "ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (Side Payment)" เช่น นโยบายด้านมนุษยยธรรม นโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือ นโยบายการให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับประเทศอื่น ๆ เพราะจะทำให้ความมั่งคั่งของประชาชนลดลง จึงต้องเน้นสร้างความเป็น​ "สถาบัน" ให้เข้มแข็งไว้ก่อน โดยรัฐบาลจะเป็น "ผู้ชี้นำเอกชน" ให้ดำเนินตามแผนแม่บท เพื่อที่ในอนาคต ผู้คนจะมั่นคงทางรายได้ จากนั้นจึงค่อยดำเนินการด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้

ตัวอย่างเปรียบเทียบ (Comparative) ง่าย ๆ คือ เอเชียตะวันออก และ อาเซียน เหตุใด เอเชียตะวันออก จึงมีการพัฒนาเศรษฐกิจที่รุดหน้ากว่าอาเซียน ทั้ง ๆ ที่ จุดเริ่มต้น เช่น เกาหลีใต้ เคยยากจนกว่าอาเซียนด้วยซ้ำไป

โดยมีตัวแปรในการพิจารณาที่สำคัญ คือ "ภัยคุกคามจากภายนอก (External Threats)" "ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources)" "ความสามารถระบบราชการ (Bureaucratic Capacity)" และ "ความสัมพันธ์รัฐบาล-เอกชน (Public/Private Linkage)"

ที่มา: Systemic Vulnerability and the Origins of Developmental States

ที่มา: Systemic Vulnerability and the Origins of Developmental States

ที่มา: Systemic Vulnerability and the Origins of Developmental States

ปรากฏว่าคำตอบง่าย ๆ คือ อาเซียนไม่มี "ภัยคุกคาม" ที่มากพอจะทำให้ประเทศพัฒนา ไม่ใช่เพียงแต่ภัยคอมมิวนิสต์ แต่เป็นด้าน "ทรัพยากร" ต่าง ๆ อีกด้วย ประเทศไทยมี "ข้าวในนา ปลาในน้ำ" ส่วน เกาหลีใต้ มีแต่ "ก้อนหินก้อนกรวด" ทำให้เงื่อนไขในการป้องปรามภัยแดง ต่างกันมาก

อ่านข่าว: ประชาธิปไตย "กินได้" การเมืองต้อง "ปลูกฝัง" ตั้งแต่เด็ก 

นอกจากนี้ บรรดาภูมิภาคอาเซียน ยังมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจเอกชนที่ "เสรี" สามารถทำสิ่งใดก็ได้ แตกต่างจากเอเชียตะวันออก หรือรวมถึง "สิงคโปร์" ที่แม้จะอยู่ในอาเซียน แต่วิธีคิดและการดำเนินชีวิต "เหมือนอยู่คนละโลก" มีลักษณะ "จำกัด" ทำให้รัฐบาลสามารถชี้นิ้วสั่งให้ไปในทิศทางเดียวกันได้ง่ายกว่ามาก ทำให้ความมั่งคั่ง กลับสู่ประเทศโดยตรง ไม่กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทางแบบอาเซียน

ที่มา: Systemic Vulnerability and the Origins of Developmental States

ที่มา: Systemic Vulnerability and the Origins of Developmental States

ที่มา: Systemic Vulnerability and the Origins of Developmental States

ช่วงหนึ่ง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย พุ่งทะยานคือ สมัยการปกครองของ "จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์" ที่หลายคนมองว่าเป็น "พ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ" แม้ประชาชนขาดสิทธิและเสรีภาพ แต่การมีภัยคุกคามจากภายนอก คือ คอมมิวนิสต์ ได้ทำให้ความเจริญต่าง ๆ กระจายสู่ชนบทมหาศาล

เช่น การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ตัดถนน "ธนะรัชต์" ขึ้นเขาใหญ่ ทะลุป่า "ดงพญาไฟ" ฐานที่มั่นคอมมิวนิสต์อีสาน สร้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ชาวอีสานมีการศึกษาระดับสูง ไม่ตกเป็นภัยความมั่นคงจากคอมมิวนิสต์ ๆ สร้างระบบไฟฟ้าและประปา "ส่วนภูมิภาค" สมกับคำกล่าว "น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก"

หากจะสรุปความง่าย ๆ คือ อาเซียน โดยเฉพาะ ประเทศไทย นั้น อยู่สบาย เกินไป ทำให้การพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจมีปัญหา เห็นได้ว่า บางที การเริ่มต้นจาก ตะกอนเถ้าถ่าน ก็ดีกว่า การมีเพรียบพร้อม อยู่ไม่น้อย
ที่มา: WikiMedia

ที่มา: WikiMedia

ที่มา: WikiMedia

"อาวรณ์อำนาจนิยม"​ ประชาชนต้องการ "ผู้นำเข้มแข็ง"

ดังจะเห็นได้ว่า ยิ่งประเทศปกครองด้วยระบอบเผด็จการหรืออำนาจนิยมมากเท่าไร การพัฒนาเศรษฐกิจจะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น แน่นอน แม้ปัจจุบันภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ ที่ใช้สร้าง "ความชอบธรรม" ต่อระบอบการปกครองดังกล่าว ในปัจจุบัน จะไม่มีแล้ว แต่ผลกระทบที่ตามมาจากอดีต คือ ประเทศที่ผ่านภัยคุกคามเหล่านี้ "อย่างหนักหน่วง" มักจะ "ไปได้ไกลกว่า" ประเทศที่ผ่านภัยคุกคามนี้และ "อยู่สบาย"

อ่านข่าว: "ปาฏิหาริย์นั้นมีจริง" ไทยรอดพ้น "ผู้แพ้" สงครามโลกครั้งที่ 2

สิงคโปร์ และ เกาหลีใต้ คือ ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากที่สุด ฝ่ายแรก แสดงออกชัดเจน เพราะมี "ผู้นำสุดเข้มแข็ง" นำพาประเทศเป็น "ศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub)" ของโลก แม้พื้นที่จะมีขนาดเล็ก ส่วนฝ่ายหลัง ออกแบบสถาบันทางการเมืองให้ประธานาธิบดี "ไม่ติดคุกง่าย ๆ" แม้จะประกาศกฎอัยการศึกก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่า ความเจริญของประเทศ อาจจะ "ไม่สัมพันธ์" กับความเจริญทางประชาธิปไตย

มีผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่มีความรู้สึกว่า ยุคที่บ้านเมืองดี คือ ยุคที่ปกครองแบบรวบอำนาจไว้ในมือผู้นำ โดยเรียกกระแสธารนี้ว่า อาวรณ์อำนาจนิยม (Authoritarian Nostalgia)

บทความวิจัย Historiography of ‘Park Chung Hee Era’: Reassessing the Republic of Korean under Park Chung Hee regime in English language perspectives เขียนโดย วิศรุต หล่าสกุล ชี้ว่า กระแสธารอาวรณ์อำนาจนิยม มักจะเกิดขึ้นในช่วง "เศรษฐกิจตกต่ำ" ประชาชนนอกจากจะเรียกร้องการแก้ไขปัญหาปากท้องอย่างรวดเร็ว ยัง "ถวิล" ถึงยุคที่ "บ้านเมืองเคยดี" จากผู้นำเผด็จการหรืออำนาจนิยมทั้งหลาย ที่มีการปกครองเข้มแข็ง สั่งการได้ดั่งใจ ไม่มีเครื่องมือทางการเมืองเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลใด ๆ ให้เสียเวลา

ที่มา: WikiMedia

ที่มา: WikiMedia

ที่มา: WikiMedia

Sanghoon Kim-Leffingwell เสนอไว้ใน บทความวิจัย Authoritarian Nostalgia, Group Sentiment, and Voter Behavior: Evidence from East Asia ความว่า จากกลุ่มตัวอย่างในเกาหลีใต้ และ ไต้หวัน สามารถชี้ชัดได้ว่า ผู้คนไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ต้องการผู้นำสุดเข้มแข็ง เพียงแต่ในระบอบประชาธิปไตย เกมทางการเมืองเปลี่ยนไป เป็นต้องเปลี่ยนผู้นำทุก ๆ วาระ ดังนั้น ประชาชนจึงเลือกพรรคการเมืองที่ "ใกล้เคียง" กับอดีตที่เคยรุ่งเรืองมากที่สุดในยามที่บ้านเมืองเกิด "กลียุค" ทางเศรษฐกิจ

อ่านข่าว: เกาหลีใต้ "เร่งเจริญ" สังคมกดดัน "ฆ่าตัวตาย" ติดอันดับโลก

จากกลุ่มตัวอย่างนี้ ประชาชน ไม่ได้สนใจว่า พรรคการเมืองที่เหมือนจะ "สืบทอดอำนาจ" จากการปกครองระบอบเผด็จการหรืออำนาจนิยม จะมีความเข้มแข็งของระบบพรรค หรือ ฐานเสียงมากมายเพียงใด กระทั่ง การขึ้นสู่อำนาจของพรรคเหล่านี้ จะทำลายระบอบประชาธิปไตยเพียงใด ขอเพียงแต่ทำตามเจตจำนงแห่งผู้นำที่นำพาความมั่งคั่งในอดีตมาได้เป็นพอ

ที่มา: Authoritarian Nostalgia, Group Sentiment, and Voter Behavior: Evidence from East Asia

ที่มา: Authoritarian Nostalgia, Group Sentiment, and Voter Behavior: Evidence from East Asia

ที่มา: Authoritarian Nostalgia, Group Sentiment, and Voter Behavior: Evidence from East Asia

หากจะถอดบทเรียนง่าย ๆ แก่ประเทศไทย ทำอย่างไรจึงจะมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน คำตอบอาจจะอยู่ที่ว่า "ภัยคุกคามภายนอก" ของไทยในตอนนี้ มีหรือไม่? และเป็นผู้ใด? ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง