ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

“ในหลวง-พระราชินี” ทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที

Logo Thai PBS
“ในหลวง-พระราชินี” ทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที

วันที่ 25 ก.พ.2568 เวลา 17.24 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร ทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI (Botanic Gardens Conservation International) และสวนจากภูผาสู่มหานที

ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แต่งตั้งขึ้น ได้ดำเนินการพัฒนาและดูแลรักษาสวนแห่งนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราโชบายของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีรูปแบบการจัดสวน ให้เป็นไปตามหลักระบบนิเวศ และความหลากหลายของพืชพรรณ เช่นเดียวกับผืนป่าในธรรมชาติ ให้เป็น “ป่าเล็กในเมืองใหญ่” ที่สมบูรณ์

สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จึงมีลักษณะเป็นสวนป่า สวนดอกไม้สวยงาม ร่มรื่น เป็นสถานที่พักผ่อน เป็นปอดให้กับคนกรุงเทพมหานคร รวมทั้ง เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาวิจัยพรรณไม้ สำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป เพื่อปลูกฝังให้ทุกคนช่วยกันรักษาระบบนิเวศ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้พัฒนาสวนในทุกด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์ตามข้อกำหนดมาตรฐานขององค์การสวนพฤกษศาสตร์สากล หรือ BGCI (Botanic Gardens Conservation International) ซึ่งสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้รับการรับรองเป็นสวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค.2567 นับเป็นสวนพฤกษศาสตร์มาตรฐานสากลแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร และเป็นแห่งที่ 3 ของประเทศไทย

ส่วนสวนจากภูผาสู่มหานที มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร จัดสร้างขึ้นบนเนื้อที่ 26 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างผืนสุดท้ายใน 200 ไร่ เชื่อมต่อกับสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โดยน้อมนำพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ป่าของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และแนวพระราชเสาวนีย์ “ปลูกป่าในใจคน” มาเป็นแนวความคิดหลักในการออกแบบ

รวมทั้ง เพื่อบอกเล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศ์ทุกพระองค์ ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภาคของประเทศ และพระราชทานโครงการพระราชดำริ เพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชนชาวไทย

สวนจากภูผาสู่มหานที เป็นสถานที่เก็บรวบรวมพรรณไม้นานาพันธุ์จากทั่วประเทศ รวมถึง พรรณไม้ทรงปลูกในสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่พรรณไม้บนที่สูง จนถึงพรรณไม้ในที่ลุ่ม ตามแนวคิด “จากภูผาสู่มหานที” ด้วยการสร้างให้เกิดระบบนิเวศป่าที่สมบูรณ์ในพื้นที่

รวมทั้ง มีพื้นที่สำหรับฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับการปลูกป่า พื้นที่พักผ่อน และสถานที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจน เป็นพื้นที่เรียนรู้เส้นทางศึกษาพรรณไม้ทรงปลูก พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าเศรษฐกิจ เนินทุ่งดอกหญ้า บ่อเป็ด ชลประทานจำลอง พื้นที่ลุยน้ำ หอชมวิว ศาลาริมน้ำ สะพานชมวิว ป่าทึบ ลานบัว สวนกล้วยเดิม อัฒจันทร์หญ้า อัฒจันทร์ริมน้ำ อาคารฝึกอบรม และอาคารอเนกประสงค์

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดงดนตรีโดยวงเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดยนายวิรัช อยู่ถาวร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) พ.ศ.2560 ในเพลงต้นไม้ของพ่อ ขับร้องโดย นายธงไชย แมคอินไตย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) พ.ศ.2565 ร่วมกับ ศิลปินนักร้องจากโรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุง พร้อมการแสดงประกอบเพลงจากคณะนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง และคิดบวกสิปป์

จากนั้น ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปล่อยปลาคาร์ป ซึ่งได้พระราชทานลูกปลาคาร์ปทรงเลี้ยง 172 ตัว จำนวน 6 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์โคฮากุ พันธุ์อากา มัทจึบะ พันธุ์คิอุจึริ พันธุ์เบนิกอย พันธุ์คาราชิกอย และพันธุ์คาราชิโกโยะ เพื่อทรงปล่อยที่สระในสวนจากภูผาสู่มหานที สำหรับให้ประชาชนที่มาพักผ่อนได้เพลิดเพลินกับความสวยงาม และศึกษาประโยชน์ของปลาคาร์ป รวมทั้ง เรียนรู้ความสำคัญของระบบนิเวศ

อ่านข่าว : เร่งประสานส่ง 7,000 คน กว่า 20 สัญชาติ กลับประเทศต้นทาง

คนขับรถบัสอ้างเข้าเกียร์ 2 ไม่ได้ ทำเสียหลักพลิกคว่ำเขาโทน 18 ศพ

“เขาศาลปู่โทน” เกิดอุบัติเหตุมาแล้วกี่ครั้งในรอบ 10 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง