วันนี้ (6 ม.ค.2568) นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติปางสีดา ได้ติดตั้งกล้องดักถ่ายเพื่อติดตามประชากรจระเข้น้ำจืดในพื้นที่ จนประสบความสำเร็จสามารถบันทึกภาพจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย 2 ตัว บริเวณวังยาว และบันทึกภาพได้ 3 ครั้ง
โดยเห็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2567 เวลา 09.27 น. พบจระเข้ 1 ตัว กำลังนอนอาบแดด ต่อมาวันที่ 22 ธ.ค.2567 เวลา 10.27 น.พบจระเข้ 2 ตัว ตัวแรก นอนอาบแดดบนเนินดิน ส่วนตัวที่ 2 ลอยอยู่ในน้ำ เมื่อทั้ง 2 ตัวพบกันจระเข้บนเนินพยายามหนี ส่วนอีกตัวในน้ำพยายามไล่ตาม คาดว่าเป็นพฤติกรรมการไล่ล่าเพื่อผสมพันธุ์
จากนั้นวันที่ 29 ธ.ค.2567 เวลา 12.03 น. พบจระเข้ 1 ตัวลอยตัวในน้ำ มีฝูงนากอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ จระเข้ทั้งหมดมีความยาวประมาณ 2-3 เมตร พื้นที่พบเป็นเส้นลำน้ำที่มีเกาะตรงกลาง เมื่อน้ำลดและยังมีร่องรอยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ทั้งตัวเหี้ย นาก ช้าง และปลาพวงชุกชุม ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของจระเข้ และโดยรอบพื้นที่เป็นทางน้ำล้อมรอบด้วยป่า
ภาพเนินกลางป่าปางสีดาพบจระเข้สายพันธุ์ไทย 2 ตัวนอนผึ่งแดด
ปัจจุบันพบจระเข้น้ำจืดในพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศไทยมี 6 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด
รู้จักระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย
สำหรับจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม กาลีมันตัน ชวา และสุมาตรา จัดเป็นจระเข้ขนาดปานกลางค่อนข้างใหญ่ 3-4 เมตร มีเกล็ดท้ายทอย เริ่มวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 10-12 ปี วางไข่ครั้งละ 20-48 ฟอง ใช้เวลาฟัก 68-85 วัน โดยจะวางไข่ช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือน พ.ค.และขุดหลุมในหาดทรายริมแม่น้ำ
ทั้งนี้ แม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจระเข้ที่พบเป็นประชากรดั้งเดิม หรือถูกปล่อย แต่พบจระเข้น้ำจืด แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติในพื้นที่ ถือเป็นความสำเร็จในการอนุรักษ์ เพราะปกติจระเข้น้ำจืดชอบอยู่และหากินเดี่ยว กินปลา และสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร จะไม่ทำร้ายมนุษย์หากไม่ถูกรบกวน หรือมีอาหารเพียงพอ ซึ่งการค้นพบครั้งนี้สร้างความหวังให้กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรจระเข้น้ำจืดในธรรมชาติของไทยอย่างมาก