วันนี้ (7 ธ.ค.2563) หลังเปิดมานานเกือบ 2 ปี คลินิกมลพิษแห่งแรกของไทย โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี พบผู้ป่วยจากมลพิษแล้วเกือบ 300 คน โดยในปี 62 มีผู้ป่วย 240 คน ขณะที่ปีนี้เฉพาะโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี มีผู้ป่วยลดลงเหลือ 50 คน จากพฤติกรรมประชาชนที่สวมหน้ากากมากขึ้น และคลินิกมลพิษที่เพิ่มขึ้นอีก 20 แห่ง

นพ.ศุภกร ตุลย์ไตรรัตน์ นายแพทย์ชำนาญการวุฒิบัตรสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน โรงพยาบาลนพรัตนฯ เปิดเผยว่า กลุ่มโรคอันดับ 1 ที่เข้ามารักษาจากปัญหามลพิษ คือ ผู้ป่วยภูมิแพ้ รองลงมาคือ หอบหืด และโรคปอดอุดกลั้นเรื้อรัง ขณะที่คนที่มีอาชีพต้องทำงานในที่โล่งก็มีอาการป่วยจากมลพิษมากที่สุดเช่นกัน
เป็นอาชีพที่ทำงานด้านนอกอาคาร อาจจะป้องกันตนเองลำบาก มีโอกาสเจอฝุ่นควันเยอะ อันดับ 1 แม่ค้า ค้าขายตามถนน หรือทางเท้า อันดับ 2 ตำรวจจราจร พบควันจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์รถ และอันดับ 3 คนกวาดถนน

สำหรับแนวทางการรักษาโรคจากมลพิษ หากมีอาการไม่ร้ายแรงแพทย์คลินิกมลพิษจะทำการรักษาทันทีตามอาการ และติดตามระยะยาว พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้ประชาชนป้องกันตนเองได้ แต่หากมีอาการหนักจะส่งไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่อไป

ทั้งนี้ นพ.ศุภกร ระบุว่า สำหรับประชาชนที่ยังไม่ทราบว่าป่วยด้วยมลพิษหรือไม่ สามารถสังเกตอาการตนเองเบื้องต้นได้ในช่วงค่าฝุ่น PM 2.5 สูง หากมีอาการไอ มีเสมหะ มีน้ำมูก ผิวหนังมีผื่นคัน คันตา สามารถมาพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาได้ทันที

นอกจากนี้ คลินิกมลพิษ ยังเปิดให้ผู้ที่ยังไม่มั่นใจว่าป่วยจากมลพิษได้ประเมินอาการออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.pollutionclinic.com โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไปยังผู้ป่วยที่พบว่า มีอาการป่วยจากมลพิษหรือต้องการให้แพทย์ติดต่อกลับเพื่อรับคำปรึกษา ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยจากช่องทางนี้แล้ว 85 คน