วันนี้ (7 ธ.ค.2563) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ ว่า จากรายงานขณะนี้หลายจังหวัดภาคเหนือ และภาคกลางเริ่มมีปัญหาการเผาพื้นที่การเกษตรแล้ว เช่น จ.พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพราะเป็นช่วงของการเริ่มเปิดหีบอ้อย โดยล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. พบว่าสถานการณ์มลพิษทางอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัดมีค่า PM 2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 14 - 53 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร เป็นจังหวัดแรก และคพ.จะประสานกับทางสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสน เทศ (จิสด้า) เพื่อตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ต่างๆอย่างละเอียด
มาตรการกำกับเก็บเชื้อเพลิง และการจัดระเบียบการเผาที่ คพ.ดูแลยังเน้นภาคเหนือ 17 จังหวัด ส่วนในพื้นที่ภาคกลาง การกำกับไม่ให้เผาพื้นที่การเกษตร เป็นอำนาจท้องถิ่น และจังหวัดที่ต้องกำกับโดยตรง

อธิบดี คพ.กล่าวอีกว่า แนวโน้มเริ่มพบมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งสัปดาห์นี้ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อขอความร่ววมือให้ทางท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ต้องช่วยกันกำกับและงดการเผาพื้นที่การเกษตรอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันจะเริ่มรายงานพยากรณ์ค่าฝุ่น PM 2.5 และมลพิษทางอากาศล่วงหน้า 3 วันเพื่อให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์
ยังไม่ห้ามเผาพื้นที่เกษตร-เน้นเก็บเชื้อเพลิงออก
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ตอนนี้ภาคเหนือเริ่มเปิดให้เกษตรกรลงทะเบียนการเผาพื้นที่ผ่านทางอบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะนำข้อมูลเข้าระบบจองเผา แต่ยังไม่ได้ถึงช่วงของการอนุญาตให้เผาพื้นที่เกษตรอย่างเป็นระบบโดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศไม่เหมาะสม ซึ่งจะต้องห้ามเผาอย่างเด็ดขาด
บางแห่งที่เริ่มมีปรากฏจุดความร้อน เพราะเกษตรกรยังสามารถเผาได้ เพราะยังไม่ถึงห้วงเวลาที่ต้องห้ามเผาที่ต้องดูสภาพอากาศ โดยจะต้องเน้นการเก็บเชื้อเพลิงออกจากป่าให้ได้จังหวัดละ 100 ตันก่อน เมื่อนำไปแปรรูปแล้วจะทำให้ชุมชนมีรายได้มาเข้าในกองทุนหมู่บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่ภาคกลางที่มีพื้นที่แปลงติดริมถนน เช่น พื้นที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พบชาวบ้านทยอยเผาพื้นที่การเกษตรหลายจุด หลังจากผ่านช่วงเก็บเกี่ยวข้าวในทุ่งนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีควันปกคลุมในพื้นที่ ประกอบกับสภาพอากาศที่อุณหภูมิลดลง ทำให้สังเกตเห็นฝุ่นในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

จุดความร้อนพุ่ง 3 จังหวัดเหนือ
ข้อมูลจากเพจ Smoke Watch รายงานว่าเมื่อวานนี้ (6 ธ.ค.) จุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียมในระบบ VIIRS ของวันที่ 28 พ.ย-5 ธ.ค.นี้ พบพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทย พบจุดความร้อนมากที่สุดสามลำดับแรกได้แก่ จ.เชียงราย พะเยา และตาก โดยมีจุดความร้อน 249จุด 136จุด และ 73 จุดตามลำดับ
นอกจากนี้ยังรายงานว่า สถานการณ์จุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียมในระบบ VIIRS ระหว่างวันที่ 28พ.ย.-5 ธ.ค.นี้ พบว่าประเทศที่พบจุดความร้อนมากที่สุดสามลำดับแรก ได้แก่ ประเทศไทย 1,806 จุด เวียดนาม 1,203 จุด และเมียนมา 324 จุด
