“ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

พระราชสำนัก
13:29
จำนวนผู้ชม 2,068
“ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง
“ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พระที่นั่งเหวินหวา พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย

วันที่ 17 พ.ย.2568 เวลา 14.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จลง ณ ล็อบบี โรงแรมไชนาเวิล์ด กรุงปักกิ่ง โรงแรมที่ประทับ

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง
ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

มีนายวรพจน์ เจนสวัสดิชัย อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง พร้อมด้วยคู่สมรส น.ส.วิสาข์ กิติชัยวัฒน์ หัวหน้าสำนักงานตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย น.ส.ยลรวี สิทธิชัย ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานปักกิ่ง พร้อมข้าราชการสำนักงาน ทีมประเทศไทย ณ กรุงปักกิ่ง พระสงฆ์ และคนไทยในกรุงปักกิ่งจำนวนมาก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง
ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

เวลา 14.27 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งเหวินหวา พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร : นิทรรศการโบราณวัตถุฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน รอบปฐมทัศน์

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

โอกาสนี้ นายหวัง ซวี่ตง (Mr. Wang Xudong) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ และผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำกระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน (เทียบเท่ารัฐมนตรีช่วยว่าการ) นายโหลว เหว่ย (Mr.Lou Wei) รองผู้อำนวยการบริหารพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ พร้อมด้วย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และนายธฤต จรุงวัฒน์ เลขาธิการมูลนิธิไทย รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

ในการนี้ นายหวัง ซวี่ตง (Mr. Wang Xudong) กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของการจัดนิทรรศการฯ ซึ่งกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง กรมเอเชียตะวันออก และมูลนิธิไทย กระทรวงการต่างประเทศ แห่งราชอาณาจักรไทย ร่วมกับพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดขึ้น

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

ในวาระครบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ในชื่อนิทรรศการภาษาอังกฤษว่า Golden Frienship Share Brilliance สื่อถึงความรุ่งโรจน์ร่วมกันของอารยธรรมทั้งสอง ซึ่งเติบโตผ่านการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เพื่อก้าวไปข้างหน้าสู่อนาคตที่รุ่งโรจน์ร่วมกัน

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กราบบังคมทูลรายงานการจัดนิทรรศการฯ ซึ่งกรมศิลปากรได้นำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 9 แห่ง คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และสำนักช่างสิบหมู่ จำนวน 171 ชุด รวม 228 รายการ มาจัดแสดงร่วมกับโบราณวัตถุล้ำค่าของจีน ภายในพระราชวังโบราณ

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

ซึ่งมีความเป็นมายาวนานกว่า 600 ปี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างกันที่สานต่อมาหลายสหัสวรรษ การจัดนิทรรศการครั้งนี้จึงถือเป็นการแสดงความเคารพและยกย่องประวัติศาสตร์ของการเชื่อมโยงและความเข้าใจระหว่างสองประเทศ

สำหรับนิทรรศการฯ ที่จัดแสดงในพระที่นั่งเหวินหวา แบ่งเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของไทยและการติดต่อระหว่างไทย-จีน ความเชื่อและศาสนา ศิลปะในราชสำนัก และศิลปกรรมไทยประเพณีในปัจจุบัน

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

แนวคิดหลักของนิทรรศการฯ เล่าผ่านข้อมูลทางประวัติศาสตร์จากโบราณวัตถุที่ไล่เรียงจากประวัติศาสตร์ศิลปะของไทย ตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผาเขียนสีจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ไปยังพระพุทธรูปที่งดงาม ต่อด้วยศิลปะในราชสำนักที่ประณีต ไปจนถึงการสืบสานรักษาศิลปกรรมไทย สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของศิลปะไทยจากยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน

หัวข้อรองของนิทรรศการ นำเสนอเส้นทางการแลกเปลี่ยนทางอารยธรรมระหว่างสองประเทศผ่านโบราณวัตถุล้ำค่า เป็นประจักษ์พยานถึงการค้า การไปมาหาสู่ระหว่างกัน การแลกเปลี่ยนของขวัญ และถ่ายทอดความรู้ระหว่างกันตลอดห้วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

การจัดแสดงนิทรรศการฯ พิเศษครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนความร่วมมือในด้านวัฒนธรรมและการพิพิธภัณฑ์ระหว่างไทย-จีน และช่วยให้มิตรภาพระหว่างไทย-จีนยั่งยืนบนพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้อย่างมีพลวัต

ปิดท้ายด้วยประติมากรรมช้างมงคลสองชิ้น จากคลังโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ประเทศไทย ที่สะท้อนให้เห็นว่า แม้ทั้งสองประเทศจะมีภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่ต่างกัน แต่ต่างก็มีจุดร่วมทางคตินิยมว่า ช้าง คือ ศุภสัญลักษณ์อันมงคล และยังเป็นการอุปมาถึงการเชื่อมโยงจากอดีตสู่ปัจจุบัน ย้ำถึงความเจริญรุ่งเรืองของการแลกเปลี่ยนฉันมิตรระหว่างไทย-จีน

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

“นิทรรศการหมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร : นิทรรศการโบราณวัตถุฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน” เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย.2568 จนถึงวันที่ 24 ก.พ.2569

จากนั้น พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณจะนำโบราณวัตถุชิ้นสำคัญไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ชื่นชมความงามและระลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนเช่นกัน

จากนั้น ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพระที่นั่งไท่เหอ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ ซึ่งเป็นอาคารที่มีความสูง และศักดิ์สูงที่สุดในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ฯ เป็นที่ตั้งของพระราชบัลลังก์ และท้องพระโรงสำหรับพระจักรพรรดิทรงว่าราชการ และเสด็จออกในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ

พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ เป็นพิพิธภัณฑ์และโบราณสถานที่สำคัญของจีน รู้จักในนามดั้งเดิมว่า พระราชวังต้องห้าม มีเนื้อที่ประมาณ 720,000 ตารางเมตร และมีอาคารสิ่งปลูกสร้างที่หลงเหลือถึงปัจจุบัน 980 หลัง ถือเป็นกลุ่มอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2530

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

เวลา 16.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง

โดยมี น.ส.นริสรา บุญครอง อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายความมั่นคง) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง และน.ส.ปุณณัฐฐา ชัยศิริวงษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายมาลัยข้อพระกร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวผู้ส่งเสด็จฝ่ายไทย นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง นางนิพดา เขียวอุไร ภริยาเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ผู้ช่วยทูตทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ

สำหรับผู้ส่งเสด็จฝ่ายจีน ประกอบด้วย นายหวาย จิ้นเผิง (Mr.Huai Jinpeng) รมว.ศึกษาธิการ นายอู๋ จวิ้น (Mr. Wu Jun) ที่ปรึกษากรมเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศ (เทียบเท่ารองอธิบดี) นายจาง เจี้ยนเว่ย (Mr.Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย พร้อมภริยา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ

ภาพประกอบข่าว “ในหลวง-พระราชินี” ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

ในการนี้ ประทับเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 8887 ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศไทย อันเป็นการเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสฉลองครบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย.2568

อ่านข่าว : รอง จตช.เผยยังไม่มีข้อมูลปมตำรวจภูธรภาค 8 ซื้อขายตำแหน่ง

ศร.นัดไต่สวนพยานคดี “ภูมิธรรม-ทวี” ฝ่าฝืนจริยธรรม 24 ธ.ค.นี้

ทีมสัตวแพทย์ดูแลใกล้ชิด ลูกช้างป่า "ข้าวต้ม" ห่วงปัญหาระบบทางเดินอาหาร