"ชัยชนะ" ปัดอยู่เบื้องหลังม็อบ "กำนันมะโน" นัดเคลื่อนขบวนชุมนุมทำเนียบฯ

การเมือง
12:44
จำนวนผู้ชม 316
Thai PBS
"ชัยชนะ" ปัดอยู่เบื้องหลังม็อบ "กำนันมะโน" นัดเคลื่อนขบวนชุมนุมทำเนียบฯ
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (5 พ.ย.2569) นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวภายหลังจากที่ถูกกล่าวหาว่า อยู่เบื้องหลังกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) และประชาชนจากภาคใต้ หลังมีการนัดหมายระดมคนพร้อมรถยนต์และรถบรรทุกจำนวน 1,000 คัน มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันดีเซล ลงลิตรละ 10 บาท

โดยระบุว่า สืบเนื่องจาก นายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ หรือ กำนันมะโน และประชาชนภาคใต้ประกาศนัดโดยนำรถ 1,000 คัน เดินทางมาทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลา 1 สัปดาห์ พร้อมประกาศจุดเคลื่อนไหวแรกที่สี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

สัปดาห์ที่แล้วจนถึงวันนี้ ตนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนๆว่า มีหน่วยราชการบางหน่วย ลงพื้นที่และสอบถามบุคคลในพื้นที่ พร้อมสั่งการข้าราชการในพื้นที่ว่า ตนเองอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้หรือไม่ และพยายามตรวจสอบบุคคลใกล้ตัวของตนว่า ตนสนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งการเรียกร้องของพี่น้องประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ผมยืนยันว่า การออกมาเรียกร้องเป็นเรื่องแนวคิดของพี่น้องประชาชน ผู้ที่เขารู้สึกว่าประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะพลังงาน หรือราคาพืชผลทางการเกษตร ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย สิ่งใดที่เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชน ผมก็ยืนเคียงข้างประชาชน แต่ผมอยากจะบอกไปถึงหน่วยงานราชการ ที่รับคำสั่งใครมาผมก็ไม่ทราบ ไม่ต้องเช็กว่าผมอยู่เบื้องหลังหรอกครับ ผมไม่จำเป็นต้องทำ วันนี้พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน เขาออกมาเพื่อต้องการทวงถาม สัญญาที่รัฐบาลให้ไว้กับเขาว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร

นายชัยชนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ชัดเจนแล้วเขาประกาศแล้วว่า ถ้าเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลน้ำมันต้องลดราคาลิตรละ 10 บาท เพราะฉะนั้นข้าราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ตามเช็กตนอยู่ให้เอาเวลานี้ไปทำงานบริการประชาชน อย่าเอาเวลานี้โทรถาม ตามหารถให้เสียเวลา ไม่ต้องกังวลชีวิต ตนพร้อมเคียงข้างประชาชน ไม่ว่าตนจะทำอะไรประกาศอยู่แล้ว

นายชัยชนะ ยืนยันว่าไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลัง ถ้าจะร่วมชุมนุมตนก็จะร่วมในฐานะประชาชนที่เดือดร้อนเหมือนกัน ยืนยันว่า ม็อบนี้เกิดขึ้นจากการรวมตัวของประชาชนเอง ไม่ได้มีการเมืองอยู่ข้างหลัง อย่าคิดทุกอย่างเป็นการเมืองและอย่าทำแบบนี้เพราะเป็นวิธีการเดิม ๆ ล้าหลังไม่ทันสมัย นี่มันอยู่ 5G แล้ว

วันนี้ไม่ต้องแอบอยู่ข้างหลังแล้วถ้าจะเชียร์ใคร พร้อมขอเชิญชวนว่า วันนี้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคใต้ซีกรัฐบาล ตนในฐานะ สส.ฝ่ายค้าน ยืนยันที่จะเคียงข้างพี่น้องประชาชน จึงอยากถาม สส.ซีกรัฐบาลว่า คิดอย่างไรเมื่อประชาชนเดือดร้อน แล้วออกมาเรียกร้องแบบนี้ ไม่เห็นออกมาพูดหรือให้ความเห็นกันเลย ซึ่งตนจะเป็นกำลังใจให้ประชาชนตลอดเวลา

เมื่อถามว่า ถ้าม็อบขึ้นมาถึงทำเนียบรัฐบาลแล้ว จะเข้ามาร่วมให้กำลังใจหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ขอให้ติดตามดูว่าตนจะไปให้กำลังใจหรือไม่ แต่ก็ประกาศแล้วว่า ตนขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคนที่เดินทางมาจากภาคใต้ รวมถึงประชาชนที่เดินทางมาเรียกร้องตามสิทธิ์

นายชัยชนะ ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของประชาชนครั้งนี้ ไม่มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง เพราะฉะนั้นหน่วยงานข่าวกรองของหน่วยกรม ๆ หนึ่ง ซึ่งอยู่ที่คลองหลอด ไม่ต้องโทรไปถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือส่งคนไปถามผู้นำท้องถิ่นว่า ตนมีส่วนร่วมหรือไม่

"วันนี้บ้านเมืองมันวิกฤต ประชาชนรับไม่ไหวแล้ว เหมือนที่นายกฯ บอกว่า "รวยไม่ไหวแล้ว" แต่ประชาชนบอกว่า "จนไม่ไหวแล้ว" เลยต้องออกมา เมื่อก่อนมีเงิน 1,000 บาทเติมน้ำมันได้เกือบ 50 ลิตร ตอนนี้เติมได้ถึง 25 ลิตรหรือไม่ รัฐบาลควรเอาเวลาแบบนี้มาทบทวน แก้ไขวิกฤตทั้งเรื่องราคาน้ำมัน ราคาสินค้าที่แพงขึ้น ประชาชนจะได้มีความสุข อย่าใช้วิธีการเดิม ๆ" นายชัยชนะ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้วิธีนี้สะท้อนว่ารัฐบาล กลัวม็อบและฝ่ายค้านจะลุกฮือขึ้นมาหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ผมว่ากลัวเงาตัวเองมากกว่า คือสิ่งที่ทำวันนี้ ถูกผิดอย่างไร หรืออะไรผิดอะไรถูกก็แยกไม่ออก ซึ่งกลัวเงาตัวเองว่าวันนี้ทำถูกหรือผิด

ส่วนมองว่า ทำไมถึงพุ่งเป้ามาที่ตนเอง นายชัยชนะกล่าวว่า ก็ต้องไปถามเขาดู ตนยังงงอยู่เลย ว่าอยู่ดี ๆ มีโทรศัพท์มาแล้วบอกตนเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ถือเป็นสัญญาณในการคุกคามการทำหน้าที่หรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเป็นสัญญาณ แต่ยืนยันว่านี่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ วันหนึ่งถ้าตนจะออกไปต่อสู้ยืนยันว่า จะออกไปในนามประชาชน ส่วนในสภาก็ทำหน้าที่ สส.เพราะฉะนั้นจะใช้วิธีการใด ๆ กับตนก็พร้อม

เมื่อไหร่ที่เห็นประชาชนมีความทุกข์ แล้วผมเป็นตัวแทนที่น้องประชาชน ถึงแม้ว่าการต่อสู้ตัวผมจะเจ็บปวดบ้าง ต้องโดนอะไรที่มองไม่เห็นบ้าง ผมยอมรับได้ เพราะผมถือว่าเกิดมาครั้งหนึ่ง ต่อสู้ให้กับเจ้านายผม ก็คือประชาชน จะโดนอะไรบ้างก็ไม่เป็นไร

เมื่อถามว่า ม็อบที่เดินทางมาจากภาคใต้ จะทำให้รัฐบาลสั่นคลอนหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่ง คือการรวมตัวของพี่น้องภาคใต้ และเป็นแกนนำธรรมชาติจริง ๆ ส่วนรัฐบาลจะสั่นคลอนหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับนายกฯ ถ้านายกฯ รับข้อเสนอได้เขาก็กลับ แต่ถ้าข้อเสนอนี้ทำไม่ได้ น้ำมันเขาก็หมดที่ทำเนียบฯ

วันนี้ถ้าผมเป็นรัฐบาล ขอแนะวิธีการก็คือการเจรจาว่า ทำตามข้อเสนอได้หรือไม่ ใช้เวลากี่วัน อย่าคิดใช้อำนาจรัฐสกัดม็อบไม่ให้มาถึง กทม.จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ทำให้เป็นปัญหา ให้ใช้อำนาจที่มีอยู่บริการประชาชน ไว้บังคับใช้กับคนที่ผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะใช้บทบาทจัดเต็มเลยใช่หรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า แน่นอน ตนเป็นฝ่ายค้าน ในเมื่อมีข้อมูลการบริหารราชการของรัฐบาล และมีความผิดพลาด ตนก็ต้องนำมาให้ประชาชนรับทราบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค.เหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือน อาจเจอพายุ คลื่น ลมฝนบ้าง ตนก็รับได้ เพราะหัวหน้าพรรคตน ยังโดนแฮ็กโทรศัพท์เลย ถ้าจะเจออีกก็รับได้ เพราะเกิดเป็นมนุษย์ จะเจอฝนเจอพายุบ้างไม่เป็นอะไร แต่ขออย่างเดียว อย่าไปเดินตามหลังคนคิดไม่ดีกับบ้านเมือง

“อนุทิน” ไม่กังวล “ชุมนุมทำเนียบฯ”

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก​รัฐมนตรี ​และ​ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกำนันในพื้นที่ภาคใต้ นัดประชาชนชุมนุมและเตรียมเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล และมีกระแสข่าวกำนันในพื้นที่ภาคอีสานที่จะสนับสนุน ว่า เป็นสิทธิ์และขอให้ทำตามกฎหมายทำตามรัฐธรรมนูญ ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออก รัฐบาลมีความมั่นใจว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน

การที่กลุ่มใดสถาบันใดจะแสดงความคิดเห็น ก็ขอให้มาตามสิทธิ์ที่มีอยู่ ในฐานะคนไทยและภายใต้กฎหมาย ต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้กับสังคม ประชาชนทั่วไป ทุกคนสามารถใช้สิทธิ์ของตัวเองได้ และรัฐบาลพร้อมยอมรับ

เมื่อถามว่า ท้องถิ่นอยู่ใต้การดูแลของ รมว.​มหาดไทย ตรงนี้จะส่งสัญญาณไปเพื่อให้เกิดความสงบหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตามสิทธิ์ ตามกฎหมาย ต้องมาแสดงสิทธิ์ของตัวเองภายใต้ความสงบเรียบร้อย

อ่านข่าว :

ม็อบกำนันกระบี่น้อย "กดดันรัฐบาล" เชื้อไฟลามทุ่ง ฤาควันในอากาศ

"อนุทิน" สั่งจับตาภัยไซเบอร์ หวั่นกระทบความเชื่อมั่นส่งออกสินค้าไทย

"พริษฐ์" เผยมติฝ่ายค้านพุ่งเป้าซักฟอก ม.151 ไม่มีแผนยื่น ม.152