"บุ๋ม ปนัดดา" ปัดเอี่ยวรุกที่ราชพัสดุ "ก๊อต-อธิป" โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี

อาชญากรรม
09:11
จำนวนผู้ชม 520
Thai PBS
"บุ๋ม ปนัดดา" ปัดเอี่ยวรุกที่ราชพัสดุ "ก๊อต-อธิป" โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี

วันนี้ (1 พ.ย.2569) กำลังเป็นที่จับตาของสังคม สำหรับกรณี "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" หลังเกิดประเด็นต่อเนื่อง ตั้งแต่ "ก๊อต อธิป" อนันทวรรณ สามี ถูกพาดพิงถึงกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนใน จ.นครนายก ล่าสุด เกี่ยวกับการโอนเงินจากบัญชี "องค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างพูลวิลลาใน จ.ภูเก็ต ข้อสงสัยทำไมมูลนิธิองค์กรทำดี จึงมีบัญชีรับบริจาค 2 บัญชี

โดย บุ๋ม ปนัดดา ออกมาเปิดข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาส่วนตัวกับ "ก๊อต อธิป" สามี และกรณีการนำเงินที่ได้จากการบริจาค ผ่านมูลนิธิและองค์กรทำดีไปใช้ผิดวัตถุประสงค์มีการโอนไปให้ช่างก่อสร้างก่อสร้างพลูวิลลา ในจ.ภูเก็ต ก่อนเงินจำนวนหนึ่งจะโอนกลับไปยังสามี หลังจากข้อมูลถูกเปิดอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

“บุ๋ม ปนัดดา”  ปัดเอี่ยวรุกที่ราชพัสดุ "ก๊อต-อธิป”โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี

“บุ๋ม ปนัดดา” ปัดเอี่ยวรุกที่ราชพัสดุ "ก๊อต-อธิป”โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี

เมื่อวานนี้มีความเคลื่อนไหวของ ก๊อต อธิป ที่โพสต์ข้อความผ่านอินสตราแกรม ขณะที่ บุ๋ม ปนัดดา พร้อมด้วยทนายความ ปรากฏตัวอีกครั้ง โดยเดินทางไปยัง สภ.บ้านนา จังหวัดนครนายก ให้ข้อมูลตำรวจในฐานะพยานคดีสนามวิ่งเทรล รุกพื้นที่ราชพัสดุ พร้อมส่งมอบเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดิน ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของสามี ก๊อต อธิป ขอต่อสู้ตามขั้นตอนกฎหมาย

เป็นการปรากฏตัวอีกครั้งแรกในรอบ 3 วัน ของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี โดยเมื่อวานนี้เวลา 14.00 น. บุ๋ม พร้อมด้วยทนายความ เดินทางไปยัง สภ.บ้านนา ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน ให้ปากคำในฐานะพยานตามหมายเรียก แสดงความบริสุทธิ์ใจและชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีมีข่าวพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุของสนามวิ่งเทรล ซึ่งมีชื่อของ ก๊อต อธิป สามี บุ๋ม ปนัดดา เป็นเจ้าของ ตามสัญญาซื้อขายที่ดิน

ภาพโครงการพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต เชื่อมโยงมูลนิธิองค์กรทำความดี

ภาพโครงการพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต เชื่อมโยงมูลนิธิองค์กรทำความดี

"บุ๋ม" ยันไม่มีส่วนรู้เห็น "ก๊อต" โพสต์ไม่ได้หลบหนี

ในการเข้าพบครั้งนี้ บุ๋ม ปนัดดา นำเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหลักฐานสัญญาซื้อขายที่ดิน ซึ่งมีชื่อของ ก๊อต อธิป และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ส่งมอบให้กับตำรวจเพื่อใช้เป็นข้อมูลยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตามที่มีกระแสข่าวปรากฏออกไปแต่อย่างใด

บุ๋ม ปนัดดา เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำว่า ยังมีกำลังใจที่ดีเยี่ยม พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายทุกประการ เพื่อพิสูจน์ความจริงและรักษาความยุติธรรมให้เกิดขึ้น พร้อมขอความเมตตาและขอความเป็นธรรมจากพนักงานสอบสวน ทั้งในคดีที่เกี่ยวข้อง และคดีที่มีการแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปราม โดยขอโอกาสในการชี้แจงข้อมูลและพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนรอบด้าน

ภาพโครงการพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต เชื่อมโยงมูลนิธิองค์กรทำความดี

ภาพโครงการพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต เชื่อมโยงมูลนิธิองค์กรทำความดี

ขณะเดียวกันขอสงวนสิทธิ์งดการแถลงข่าวตอบโต้ หรือเปิดเผยพยานหลักฐานต่างๆ ผ่านสื่อมวลชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อรูปคดี และการทำงานของตำรวจ ยืนยันว่ายินดีให้ความร่วมมือเกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง หากได้รับการประสานมา

ด้านทีมทนายความระบุว่า การเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง สะท้อนถึงความโปร่งใสและความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อคลายความสงสัยแก่สังคม

ขณะที่ ก๊อต อธิป ก็มีความเคลื่อนไหว โดยโพสต์ข้อความในอินสตราแกรม ระบุจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น "ผมไม่ได้นิ่งเฉยหรือหลบหนีไปไหน ขณะนี้กำลังปรึกษาทีมกฎหมาย เพื่อเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะชนได้ในขณะนี้"

ก๊อต-อธิป  สามีบุ๋มปนัดา

ก๊อต-อธิป สามีบุ๋มปนัดา

"ออยศรี" พร้อมผู้เสียหาย นำส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่ม

ด้าน น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ "ออยศรี" เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ "ออยศรีและผองเผือก" พร้อมด้วยนายภูวกร ศรีเนียน ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย นำเอกสารเข้ามาให้ปากคำและส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรณีที่แจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดีและบุ๋ม ปนัดดา ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน ประเด็นใช้เงินที่ได้รับบริจาคจากประชาชนผิดวัตถุประสงค์ กรณีใช้เงินบริจาคสร้างพูลวิลลา ที่ จ.ภูเก็ต

ออยศรี ให้สัมภาษณ์ว่า เข้าให้ปากคำในฐานะผู้เสียหาย โดยยืนยันว่าเงินบริจาคส่วนตัวที่โอนเข้ามูลนิธิองค์กรทำดี จำนวน 1,000 บาท เป็นการบริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจ และต้องการให้ตรวจสอบว่า เงินบริจาคจากประชาชนถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่ โดยไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัว หรืออคติส่วนตัว กับ บุ๋ม ปนัดดา และไม่ได้ต้องการสร้างกระแสให้กับตัวเอง

ภาพโครงการพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต เชื่อมโยงมูลนิธิองค์กรทำความดี

ภาพโครงการพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต เชื่อมโยงมูลนิธิองค์กรทำความดี

ตั้งข้อสังเกตบัญชีรับบริจาคของมูลนิธิฯ

พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า บัญชีรับบริจาคของมูลนิธิฯ ทั้งหมด 3 บัญชี ประกอบด้วย บัญชีชื่อมูลนิธิ จำนวน 1 บัญชี / บัญชีส่วนบุคคล อีก 2 บัญชี ที่มีชื่อ บุ๋ม ปนัดดา ต่อท้าย ซึ่งการโอนเงินไปยังช่างเอ๋ ก่อนส่งต่อเข้าบัญชี สามีบุ๋ม ปนัดดา และการโอนเงินเกิน 50,000 บาท ที่ต้องใช้การสแกนใบหน้าของประธานมูลนิธิ เพื่ออนุมัติรายการ กรณีนี้ประธานมูลนิธิรับทราบการเบิกจ่ายเงิน และเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่

รวมถึงการเบิกจ่ายเงินเกิน 5 แสนบาท ต้องมีมติที่ประชุมคณะกรรมการที่มีรายชื่อปรากฏในเอกสาร ควรต้องร่วมรับผิดชอบ แม้จะลาออกภายหลังส่วนประเด็นที่สังคมจับตา หลังทนายเดชา พูดถึง "ตัวละครลับ" หรือ "ลาสบอส" น.ส.บุญยนุช ระบุว่า ไม่ทราบว่าเป็นใคร เช่นเดียวกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า บุ๋ม ปนัดดา นัดเจอกับสามีแล้ว

ขณะที่ นายภูวกร ศรีเนียน ระบุว่า ตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่รัฐ พบว่ามูลนิธิฯ ยังไม่ได้นำส่งงบการเงินย้อนหลัง 2 ปี ตั้งแต่ ปี 2567-2568 ทั้งที่ ก่อนหน้านี้มีการยื่นงบการเงิน ในปี 2565 และ 2566 ตามปกติ ซึ่งประเด็นที่มีการร้องเรียนว่า เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความ หรือถอนคำร้องได้ ย้ำว่าต้องการให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง และเส้นทางการเงิน อย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความชัดเจน และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อีกประเด็นสลิปการโอนเงินของ บุ๋ม ปนัดดา จากบัญชีมูลนิธิ ไปยังบริษัทรับเหมาของช่างเอ๋ เพื่อก่อสร้างพลูวิลลาในจังหวัดภูเก็ต ก่อนถูกโอนต่อไปให้ ก๊อต อธิป สามี ซึ่งบุ๋ม ปนัดดา อ้างว่าโอนเป็นเป็นค่าก่อสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี ตั้งอยู่ที่ จ.ปทุมธานี แต่ ช่างเอ๋ ก็ออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้ถูกว่าจ้างให้ก่อสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี ที่จ.ปทุมธานี

ทนายกุ้ง ตั้งข้อสังเกต "ก๊อต" ไม่ได้เป็นกรรมการ แต่มีสิทธิบริหารมูลนิธิ

ล่าสุด น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ผู้รับเหมาก่อสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี ที่จ.ปทุมธานี ติดต่อมาแล้ว ค่าจ้างที่โอนมาจากบัญชีมูลนิธิ ก็โอนกลับไปยังคนใกล้ตัว 10 กว่าล้าน"

ต่อมาทนายกุ้ง ยังไลฟ์ ตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้เงินมูลนิธิ ทั้งที่ ก๊อต อธิป ไม่ได้เป็นกรรมการหรือมีตำแหน่งในมูลนิธิ แต่เหตุใดจึงสามารถสั่งการเบิกจ่าย หรือถือเอกสารสำคัญในมูลนิธิได้ จึงอยากตั้งคำถามว่าเหตุใด จึงบริหารมูลนิธิเหมือนธุรกิจครอบครัว และถามถึงการใช้เงินบริจาคของมูลนิธิว่า ในการเบิกจ่ายหรือทำธุรกรรมใด ๆ กรรมการคนอื่น ๆ ถึงไม่มีส่วนรู้เห็น โดยเฉพาะกับเหรัญญิก ที่จะต้องรู้ความเคลื่อนไหวของเงินทั้งหมด ที่มีการรับเข้าและเบิกจ่ายออก

ขณะที่ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ โพสต์ข้อความสั้น ๆ ถึงสิ่งที่หลาย ๆคน ให้ความสนใจ ระบุว่า "last Boss คือกรมสรรพากรครับ เพราะจะยึดทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของแผ่นดิน 555" ขณะเดียวกันได้ไลฟ์ให้ข้อมูลเชื่อว่า บุ๋ม ปนัดดา ทราบเรื่องการนำเงินบริจาคของมูลนิธิไปสร้างพูลวิลลาที่ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่แรก เนื่องจากหากเป็นการถูกหลอกอย่างที่กล่าวอ้างจริง จะต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทำให้เกิดข้อสงสัยมากขึ้น รวมถึงการมีบัญชีรับบริจาค 2 ชุดที่ทำให้เกิดคำถาม การจัดการเงินบริจาคมีความโปร่งใสหรือไม่ รวมถึงเส้นทางการโอนเงินจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับสามีด้วย

อ่านข่าว:

"บุ๋ม ปนัดดา" พบตำรวจ สภ.บ้านนา แจงปมสามีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ

ออกหมายเรียก 4 คน ปมที่ดินราชพัสดุนครนายก เชิญ "บุ๋ม ปนัดดา" ให้ปากคำฐานะพยาน

เปิดข้อบังคับ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ปธ.เบิกจ่ายไม่เกิน 5 แสน/ครั้ง หากยุบทรัพย์สินยกให้สภากาชาด