อินโดนีเซีย-สิงคโปร์ ตั้งคณะทำงานชุดพิเศษ แก้ไฟป่า-หมอกควันข้ามแดน

ต่างประเทศ
10:36
จำนวนผู้ชม 205
Thai PBS
อินโดนีเซีย-สิงคโปร์ ตั้งคณะทำงานชุดพิเศษ แก้ไฟป่า-หมอกควันข้ามแดน
ผู้ช่วย AI

วันที่ 28 ต.ค.2569 ในเวทีหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ในโอกาสที่ วิเวียน บาลากริชนัน รมต.ต่างประเทศของสิงคโปร์ เดินทางเยือนกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย รัฐมนตรีทั้ง 2 คนหารือแบบปิดนาน 2 ชั่วโมง ก่อนออกมาแถลงข่าว แต่ไม่ได้เปิดให้สื่อสอบถามแต่อย่างใด หลังจากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ 2 ประเทศปะทะคารม เรื่องการจัดการไฟป่าและปัญหาหมอกควันข้ามแดนออกสื่อหลายครั้ง

อาร์มานาธา นาซีร์ รมต.ต่างประเทศของอินโดนีเซีย ระบุว่า คณะทำงานชุดที่จะจัดตั้งร่วมกับสิงคโปร์ จะมีบทบาทสำคัญในการสอบสวนบริษัทต่าง ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับไฟป่าผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล ไปจนถึงการรวบรวมข่าวกรองทางการเงินและหลักฐานข้ามประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ความร่วมมือนี้ จะครอบคลุมถึงการเรียกคืนสินทรัพย์ด้วย

ทั้งนี้ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดไฟป่าในอินโดนีเซียมาจากการแผ้วถางป่า เพื่อทำสวนปาล์มน้ำมัน โดยข้อมูลจาก Trase สถาบันวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมในสวีเดน ชี้ว่า เมื่อปี 2568 อินโดนีเซียถางป่าทำสวนปาล์มกว่า 4.6 ล้านไร่

แต่ย้อนไปปี 2557 จะพบว่าการตัดไม้ทำลายป่าในอินโดนีเซียในลักษณะนี้ เพิ่มสูงขึ้นจนแตะจุดสูงสุดกว่า 10.3 ล้านไร่ เมื่อปี 2560 ก่อนจะค่อย ๆ ลดลง โดยปาปัวและกาลิมันตัน ถือเป็นพื้นที่ที่พบการถางป่าสูงอย่างมีนัยสำคัญ ยกตัวอย่างปาปัว เมื่อปี 2568 พบว่า มีการตัดไม้เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่การตัดไม้บนเกาะกาลิมันตัน คิดเป็น 56% ของทั้งหมด

การแผ้วถางและเผาป่าทำการเกษตร เป็นหนึ่งในต้นตอของไฟป่าอินโดนีเซีย ทั้งเพื่อทำอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ไม้แปรรูป ไม้ซุงหรือการทำเหมือง โดย MapBiomas เครือข่ายภาคประชาสังคมอินโดนีเซีย ระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ มีพื้นที่ถูกไฟเผาทำลายมากกว่า 240,000 ไร่ ที่เป็นพื้นที่ที่เคยถูกแผ้วถางระหว่างปี 2544-2568 ซึ่งในจำนวนนี้ 85% อยู่บนเกาะกาลิมันตันและสุมาตรา

ขณะที่จังหวัดกาลิมันตันตะวันตก ไฟป่าเผาทำลายเนื้อที่กว่า 98,000 ไร่ ทิ้งห่างรีเยา บนเกาะสุมาตรากว่า 2 เท่า ตามมาด้วยกาลิมันตันกลาง สุมาตราตะวันตก อาเจะห์ และกาลิมันตันตะวันออก

อินโดนีเซีย เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยระหว่างเดือน ต.ค.ปี 2025 ถึงก.ย.ที่ผ่านมา อินโดนีเซียผลิตน้ำมันปาล์มได้มากกว่า 46 ล้านตัน คิดเป็น 57.3% ของปริมาณการผลิตทั้งโลก ขณะที่มาเลเซียมีส่วนแบ่งไม่ถึง 1 ใน 4 ตามมาด้วยไทย โคลอมเบียและไนจีเรีย

อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียยังเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกด้วย โดยอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม สร้างเม็ดเงินให้อินโดนีเซียปีละ 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้อันดับต้น ๆ ของประเทศ ขณะที่ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ อุตสาหกรรมนี้ทำเงินเกือบ 15,000 ล้านดอลลาร์

แม้ยังไม่แน่ชัดว่า คณะทำงานชุดใหม่จะตั้งเสร็จเมื่อใด แต่ทั้ง 2 ประเทศแสดงความหวังว่า คณะทำงานชุดนี้จะช่วยปรามบริษัทเอกชน และลดความเสี่ยงของการเกิดไฟป่าได้ หลังจากในอดีตสิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ออกมาวิจารณ์ว่า อินโดนีเซียไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมาย และลงโทษบริษัทที่ก่อให้เกิดไฟป่าและหมอกควันได้

หนึ่งในไฮไลต์ความร่วมมือสิงคโปร์-อินโดนีเซียรอบนี้ นอกจากเรื่องคณะทำงานชุดพิเศษแล้ว ทั้ง 2 ประเทศยังตกลงที่จะเปิดช่องทางการสื่อสารระหว่างกันผ่านสายด่วน เพื่อให้พูดคุยประเด็นที่ขัดแย้งกันและร่วมกันแก้ปัญหาได้

อ่านข่าว :

"โซลาร์ภาคประชาชน"​ เปิดลงทะเบียนถึง 31 ม.ค.70 ใช้สิทธิภาษีซ้ำไม่ได้

กรมอุทยานฯ เร่งผลักดัน "กระทิง" ทำร้ายชาวบ้านเจ็บ 3 คน จ.จันทบุรี

ทริปรอบโลกสะดุด เรือสำราญหรูทิ้งผู้โดยสาร 203 คนตกค้างในกัมพูชา