วันนี้ (24 ส.ค.2569) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสถานการณ์ "พายุโซนร้อนนาร์รา" บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของมณฑลกว่างซี ประเทศจีนในช่วงวันที่ 24-25 ส.ค.2569 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย
ขณะที่ "พายุโซนร้อนนาร์รา" (NARRA) เป็นพายุลูกที่ 19 ของปี 2569 ตั้งชื่อโดยประเทศฟิลิปปินส์ แปลว่า ต้นประดู่
โดย "พายุโซนร้อนนาร์รา" มีลักษณะเคลื่อนตัวช้า ๆ เหมือน "ลูกข่างวนเวียน" เนื่องจากถูกมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาบล็อกเส้นทางด้านหน้าเอาไว้ ซึ่งพายุลูกนี้จะไม่กระทบไทยโดยตรง คาดการณ์ว่าพายุจะค่อย ๆ สลายตัวตามลำดับ
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ขณะนี้ยังมีความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยเฉพาะ "พายุนาร์รา (NARRA)" ยังไม่สลายง่าย ๆ แต่ยังวนเวียนบริเวณอ่าวตังเกี๋ยและเวียดนามตอนบน ซึ่งคาดการณ์ว่าแม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่ยังคงดึงให้มรสุมมีกำลังค่อนข้างแรง
ด้านที่ต้องระวังเพิ่มเติมคือภาคเหนือด้านตะวันตก (แม่ฮ่องสอน ตาก) ภาคกลาง (อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี) ภาคตะวันออก (จันทบุรี ตราด) ภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา) ส่วนภาคอื่น ๆ ยังเป็นฝนตามมรสุมและร่องมรสุม ยังมีความน่ากังวลพื้นที่ที่มีฝนน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่เดิม เช่นในภาคกลาง ภาคอีสานด้านตะวันตก (ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ขอนแก่น) ควรเตรียมพร้อมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
ช่วงวันที่ 24-29 ส.ค.2569 การกระจายของฝนน้อยลงบ้าง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดบางแห่งได้ ในภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก (ใกล้แนวขอบของพายุ) รวมทั้งด้านรับมรสุม (ภาคใต้ฝั่งอันดามัน และภาคตะวันออก) ต้องระวังฝนตกสะสม ยังมีความเป็นห่วงและกังวลในพื้นที่ที่ยังมีฝนน้อย (ภาคกลาง ภาคอีสานด้านตะวันตก (ชัยภูมิ โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์) ภาคตะวันออกบางพื้นที่) เสี่ยงน้ำน้อยในระยะนี้ ยังไม่มีสัญญาณหรือแนวโน้มที่จะฝนจะเพิ่มขึ้น จึงขอให้วางแผนการใช้น้ำอย่างรัดกุม เก็บกักและสำรองน้ำหากมีฝนตก
วันที่ 30 ส.ค.-7 ก.ย.2569 ฝนกลับมาเพิ่มขึ้นอีกช่วง แต่ส่วนใหญ่ยังเกิดขึ้นบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนก่อนช่วงแรก หลังจากนั้นต้นเดือนหน้าคาดว่าแนวร่องมรสุมจะเลื่อนต่ำลงมาพาดผ่านตอนกลางของไทยมากขึ้น และมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคอีสาน ซึ่งจะทำให้พื้นที่ที่เคยมีฝนน้อย เช่น ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนกลาง-ตอนล่าง ภาคกลาง กลับมามีฝนเพิ่มขึ้น แต่บางพื้นที่มีฝนมากยังคงเสี่ยงต่อน้ำท่วม ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน) ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ต้องกลับมาเฝ้าระวังฝนตกหนักและอุทกภัยกันอีกช่วง สำหรับภาคใต้ฝนยังมีตามมรสุมที่พัดปกคลุม กำลังปานกลาง-ค่อนข้างแรง สลับเป็นช่วงๆ ชาวเรือ ชาวประมง ยังต้องระวังคลื่นลมแรง บริเวณฝนฟ้าคะนอง
สำหรับพายุหมุนเขตร้อนบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ เป็นปกติช่วงนี้จะมีการก่อตัวของพายุถี่ขึ้น แต่ทิศทางการเคลื่อนตัวยังไม่มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ขอให้อัปเดตและติดตามเป็นระยะ ๆ อย่าได้ตื่นตระหนกกับข่าวลือที่เกิดในปัจจุบันนี้ ขอให้ใช้และรับข้อมูลอย่างมีสติ จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน หากมีสถานการณ์วิกฤต
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ "เหนือ-กลาง-ตะวันออก" รับมือฝนตกหนัก
เช็กสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักยังรองรับน้ำได้อีก 9,999 ล้าน ลบ.ม.
มีผลบังคับแล้ว เกณฑ์ใหม่เงินเยียวยาเกษตรกร ปรับเพิ่มสูงสุด 6,800 บาท/ไร่
