วันนี้ (2 มี.ค.2568) เฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เชิงตอบคำถามผู้สื่อข่าว เกี่ยวกับการส่งกลับชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน อ้างคำให้สัมภาษณ์ของโฆษกสถานทูตจีนประจำประเทศไทย ระบุในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นักข่าวของหลายสื่อได้ถามและสัมภาษณ์สถานทูตจีนโดยโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องการส่งตัวกลับประเทศจีน คำถามและคำตอบแยกเป็น 4 ข้อ มีใจความสรุปดังนี้
1. การส่งตัวชาวจีน 40 คนกลับประเทศ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ ?
ไม่ การส่งผู้ลักลอบเข้าเมืองเป็นไปตามกฎหมายสากล จีนและไทยร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การกล่าวหาจากบางประเทศว่าเป็นการใช้มาตรฐานสองต่อและแทรกแซงกิจการภายใน รัฐบาลจีนขอย้ำว่าการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นอาชญากรรมสากล และการส่งตัวกลับประเทศต้นทางเป็นไปตามหลักอธิปไตยและกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติระหว่างประเทศ

2. ผู้ถูกส่งตัวกลับจะถูกทรมานและละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ?
ไม่ จีนมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ผู้ถูกส่งตัวกลับจะได้รับการดูแลให้กลับมาใช้ชีวิตปกติ รัฐบาลจีนเชิญเจ้าหน้าที่ไทยเป็นสักขีพยาน จีนยึดมั่นในการปกป้องสิทธิมนุษยชนและมีกฎหมายรองรับ ผู้ถูกส่งตัวกลับจะได้รับการดูแลและสนับสนุนให้กลับมาใช้ชีวิตปกติ รัฐบาลจีนได้เชิญเจ้าหน้าที่ไทยไปเป็นสักขีพยานในการเดินทางกลับประเทศของบุคคลเหล่านี้ และยินดีที่จะให้มีการติดตามความเป็นอยู่ของพวกเขาในอนาคต

3. สถานการณ์ในซินเจียงเป็นอย่างไร ?
ซินเจียงเคยเผชิญการก่อการร้าย รัฐบาลจีนปราบปรามและรักษาความสงบสำเร็จ บางประเทศเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเพื่อหวังผลทางการเมือง ในช่วงทศวรรษ 1990 ซินเจียงเผชิญกับการก่อการร้ายจากกลุ่มต่าง ๆ เช่น ขบวนการอิสลามเตอร์กิสถานตะวันออก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบางประเทศ ทำให้เกิดความไม่สงบและสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รัฐบาลจีนได้ดำเนินมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายและรักษาความสงบในซินเจียง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

4. จีนจะให้ไทยติดตามความเป็นอยู่ของผู้ถูกส่งตัวกลับหรือไม่ ?
จีนยินดีให้ไทยติดตาม และต้อนรับผู้สนใจไปเยือนซินเจียงเพื่อสัมผัสสถานการณ์จริง รัฐบาลจีนได้เชิญเจ้าหน้าที่ไทยไปเป็นสักขีพยานในการเดินทางกลับประเทศของบุคคลเหล่านี้ และยินดีที่จะให้มีการติดตามความเป็นอยู่ของพวกเขาในอนาคต นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังเปิดกว้างต้อนรับผู้ที่สนใจเดินทางไปเยือนซินเจียง เพื่อสัมผัสกับสถานการณ์จริงและเห็นถึงการพัฒนาและความสงบสุขในภูมิภาคนี้ รวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่มีความสุขของประชาชนซินเจียง

ล่าสุดเวลาประมาณ 13.40 น. พบว่าโพสต์ดังกล่าวไม่ปรากฏในเฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และในเวลาต่อมาก็มีแถลงการณ์ใหม่ในบ่ายวันเดียวกัน ระบุว่า




ขณะที่ เมื่อวานนี้ (1 มี.ค.) เฟซบุ๊ก Uyghur American Association สมาคมอุยกูร์อเมริกัน โพสต์ภาพการประท้วง หน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และข้อความ ระบุ
ประณามการเนรเทศชาวอุยกูร์ 40 คน ไปยังประเทศจีน พวกเขาต้องเผชิญกับการจำคุก ทรมาน และอาจถึงแก่ชีวิต
"พวกเรามอบพวงหรีดสีดำให้กับสถานทูต เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการไว้อาลัย "ขอบคุณทุกคนที่ออกมาแสดงพลัง และยืนหยัดเคียงข้างชาวอุยกูร์" ผู้ประท้วง ถือป้ายข้อความที่เขียนด้วยภาษาอังกฤษ "ประเทศไทย ทรยศหลักสิทธิมนุษยชน และความยุติธรรม" ด้วย


อ่านข่าวอื่น :
ปรับวันละหมื่น! พ่อเมืองเชียงใหม่ลั่น เอาผิดคอนโดปล่อยเช่ารายวัน